⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3903/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3903/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หมายถึง การไม่มีเหตุอันสมควรที่จะต้องละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน มิใช่การละทิ้งหน้าที่นั้นกระทำไปโดยไม่สมควร

ย่อคำพิพากษา

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47 (4) ที่กำหนดว่าละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรนั้น หมายถึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะต้องละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันมิใช่การละทิ้งหน้าที่นั้นกระทำไปโดยไม่สมควรเพราะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวันเป็นเงิน ๙,๗๒๐ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์ขาดงานตั้งแต่วันที่ ๒๔ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๔ รวม ๗ วัน โดยไม่ส่งใบลา หรือไม่แจ้งเหตุที่ไม่สามารถไปทำงานให้จำเลยทราบถือว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเกินกว่าสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่เกินสามวันทำงานติดต่อกันเพราะป่วย ถือว่ามีเหตุอันสมควร กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗(๔) จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ ๔๖ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน ๙,๗๒๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ ๕๔ บาท ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ ๕.๒ กำหนดว่า ถ้าลูกจ้างเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ให้แจ้งหัวหน้างานหรือผู้จัดการทราบโดยเร็ว ถ้าไม่อาจทำได้ ให้แจ้งในวันแรกที่มาทำงาน ข้อ ๕.๔ กำหนดว่า การลาป่วยตั้งแต่ ๓ วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงหากไม่สามารถหาแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาได้ ให้ลูกจ้างแจ้งให้นายจ้างทราบ เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๔ ระหว่างวันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๔และระหว่างวันที่ ๒๒ ถึงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๒๔ โจทก์ลาป่วย ๓ ครั้งโดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง จำเลยอนุญาตทุกครั้งครั้นตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๒๔ เป็นต้นมา โจทก์ละทิ้งหน้าที่เพราะป่วยยังไม่หาย แต่มิได้แจ้งให้จำเลยทราบหรือยื่นใบลา วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๒๔ จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ ต่อมาระหว่างวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ โจทก์ไปขอเข้าทำงานจึงทราบว่าจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์แล้ว เห็นว่าคำว่า "โดยไม่มีเหตุอันสมควรในข้อ ๔๗(๔) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ซึ่งกำหนดว่า ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรนั้นหมายถึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะต้องละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันมิใช่การละทิ้งหน้าที่นั้นกระทำไปโดยไม่สมควรเพราะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับฉะนั้น การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปโดยไม่แจ้งให้จำเลยทราบหรือยื่นใบลาตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จึงหาใช่การละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ โจทก์ละทิ้งหน้าที่เกินสามวันทำงานติดต่อกันเพราะป่วยถือว่ามีเหตุอันสมควร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3903/2524 นางบุญสม เทพทอง โจทก์ บริษัทสยามเลซ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญสม เทพทอง · จำเลย - บริษัทสยามเลซ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายณรงค์ ตันติเตมิท · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529ฎีกา 4699/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา