⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2542/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างไม่มาทำงานตามคำสั่งของนายจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่อันเป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงาน เดิมโจทก์ปฏิบัติงานอยู่ที่โรงแรมในกรุงเทพมหานคร ต่อมาจำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุราจังหวัดนครปฐม แต่โจทก์ไม่ไป ขอทำงานในกรุงเทพมหานคร เพราะภริยาโจทก์ป่วยเป็นคนพิการเดินไม่ได้ แม้หลังจากที่โจทก์ไม่ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุรา จังหวัดนครปฐม ตามคำสั่งของจำเลยและโจทก์ไม่มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลยโจทก์ก็ยังมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่ต้องทำงานให้แก่จำเลย คือต้องมาที่บริษัทจำเลยเพื่อรับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ ให้แก่จำเลย ซึ่งหากไม่มา จำเลยก็ไม่อาจมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๒ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ครั้งสุดท้ายโจทก์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ได้รับค่าจ้างวันละ ๘๘ บาทจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๑๘๐ วันเป็นเงิน ๑๕,๘๔๐ บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้ นอกจากนี้จำเลยยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ถึงวันที่๘ กันยายน ๒๕๓๒ เป็นเวลา ๕๙ วัน เป็นเงิน ๕,๑๙๒ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเงิน ๕,๑๙๒ บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน ๑๕,๘๔๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างรายวันทำงานในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย(ยาม) ให้แก่ลูกค้าของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ และไม่ได้เข้าปฏิบัติงานตามหน้าที่อีกเลยโดยไม่ได้ให้เหตุผลแต่อย่างใดอันเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เมื่อเลิกจ้าง จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าจ้างแก่โจทก์ โดยครั้งสุดท้ายจำเลยได้ชำระค่าจ้างให้โจทก์จนถึงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๒ อันเป็นวันสุดท้ายที่โจทก์ได้ทำงาน ส่วนวันถัดมาคือวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ขาดงาน วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ขอลาหยุดงานและตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้มาปฏิบัติงานอีก โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างวันละ ๘๘ บาทสำหรับวันที่ได้มาทำงาน ส่วนวันที่ไม่ได้มาทำงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน๑๕,๘๔๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดียังมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่านับแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ได้มาที่สำนักงานของจำเลยเพื่อจะทำงานอีกหรือไม่ และจะถือว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๑๕,๘๔๐ บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยคือการประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยส่งให้ไปปฎิบัติงาน เดิมโจทก์ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงแรมมิได้ ถนนประดิพัทธ์ สะพานควายกรุงเทพมหานคร ต่อมาจำเลยส่งให้โจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงงานสุราพิเศษสุวรรณภูมิ จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์ไม่ไป และขอทำงานในกรุงเทพมหานคร นายณัฏฐวุฒิ ฤทธาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของจำเลยปฏิเสธที่จะจัดให้โจทก์ทำงานตามที่โจทก์ขอต่อมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ไม่ได้มาทำงานที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน และเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๒จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงานแม้หลังจากที่โจทก์ไม่ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุราพิเศษสุวรรณภูมิจังหวัดนครปฐม ตามคำสั่งของจำเลย และโจทก์ไม่มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างก็ยังมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่ต้องทำงานให้แก่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง คือต้องมาที่บริษัทจำเลยเพื่อรับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานใด ๆให้แก่จำเลย ซึ่งหากโจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลย จำเลยก็ไม่อาจมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน๑๕,๘๔๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2533 นายกิตติศักดิ์ มากเกิด โจทก์ บริษัทซีเคียวริคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิตติศักดิ์ มากเกิด · จำเลย - บริษัทซีเคียวริคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529ฎีกา 4699/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา