⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1466/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลออกหมายจับบริวารของจำเลยเพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับ ถือเป็นการบังคับตามคำพิพากษา และการอนุญาตให้ประกันตัวบริวารนั้นมีเงื่อนไขสำคัญคือการปฏิบัติตามคำบังคับ หากบริวารไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่านายประกันผิดสัญญาประกันและศาลสามารถริบเงินประกันได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นออกหมายจับ ส. ตามคำร้องของโจทก์ในฐานะที่ ส.เป็นบริวารของจำเลยและไม่ออกไปจากตึกแถวพิพาทตามคำบังคับของศาล เพื่อให้ ส. ปฏิบัติตามคำบังคับ.ซึ่ง ส. อาจถูกกักขังจนกว่าจะออกไปจากตึกแถวพิพาท แต่ไม่เกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ. ส.จะขอประกันตัวได้ภายในเงื่อนไขที่ว่า ตนยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับ ทั้งตามคำร้องที่นายประกันยื่นต่อศาลเพื่อขอประกันตัว ส. ก็ระบุไว้ชัดว่า เพื่อให้ ส. ออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกันตัวก็ระบุว่าเพื่อให้ ส. ออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน 20 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ฉะนั้น ข้อที่ว่า ส. จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันเมื่อ ส. ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน ศาลริบเงินประกันนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นออกหมายจับนายเสริมศักดิ์ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นบริวารของจำเลย เพราะเหตุไม่ออกไปจากตึกแถวพิพาทตามคำพิพากษา และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้นายเสริมศักดิ์ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวนายเสริมศักดิ์ต่อศาลตามหมายจับ ในวันเดียวกันนั้นนายประกันซึ่งเป็นทนายความของนายเสริมศักดิ์ด้วย ยื่นคำร้องขอประกันตัวนายเสริมศักดิ์เพื่อออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า "อนุญาตให้บริวารจำเลยออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน ๒๐ วัน นับแต่วันนี้ ตีราคาสองหมื่นบาทหากไม่ปฏิบัติตามให้ถอนและยึดเงินทันที นัดพร้อมวันที่ ๓ ตุลาคม ศกนี้ เวลา ๑๓.๓๐ น. แจ้งให้โจทก์ทราบ" จากนั้นนายประกันทำสัญญาประกันให้ไว้ต่อศาล ตามสำนวนอันดับ ๕๑ ถึงวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นสั่งว่า ไม่มีหลักฐานเป็นที่ปรากฏว่า นายเสริมศักดิ์ได้มอบอาคารพิพาทให้แก่โจทก์การที่นายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลถือว่านายเสริมศักดิ์ผิดสัญญาประกัน ให้กักขังนายเสริมศักดิ์ไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำบังคับและริบเงินประกัน อนึ่ง ในวันเดียวกันนั้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังโดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายเสริมศักดิ์เป็นบริวารของจำเลย วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๓ นายประกันยื่นคำร้องว่า นายประกันได้พานายเสริมศักดิ์มาศาลตามนัด นายประกันจึงมิได้ผิดสัญญาประกัน ส่วนการที่นายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ก็ควรจะเอาโทษแก่นายเสริมศักดิ์เพียงผู้เดียว ขอให้ยกเลิกคำสั่งริบเงินประกัน และอนุญาตให้นายประกันรับเงินจำนวนดังกล่าวคืน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง นายประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายประกันฎีกา ในปัญหาที่ว่านายประกันผิดสัญญาประกันหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๐ บัญญัติว่า "ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกจับกุมตามหมายที่ออกเพื่อการจงใจขัดขืน จะต้องถูกกักขังไว้จนกว่าจะได้หาประกันมาตามจำนวนที่ศาลจะกำหนดตามที่เห็นสมควร(แต่ในกรณีฟ้องเรียกเงินไม่ให้เกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม) ว่าตนยินยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทุกประการแต่ห้ามไม่ให้กักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามหมายดังกล่าวแล้วเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ" พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่านายเสริมศักดิ์เป็นบริวารของจำเลย ซึ่งนายเสริมศักดิ์จะต้องออกจากตึกแถวพิพาทตามคำบังคับของศาล นายเสริมศักดิ์ขอผัดออกจากตึกแถวพิพาท เมื่อโจทก์ยินยอมและศาลอนุญาตแล้วนายเสริมศักดิ์กลับไม่ยอมออกจากตึกแถวพิพาทตามที่ขอผัดและอุทธรณ์ว่ามิได้เป็นบริวารของจำเลย กับขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ และนายเสริมศักดิ์ยังไม่ออกจากตึกแถวพิพาทศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับนายเสริมศักดิ์ตามคำร้องของโจทก์ เพื่อให้นายเสริมศักดิ์ปฏิบัติตามคำบังคับ ซึ่งนายเสริมศักดิ์อาจถูกกักขังจนกว่าจะออกไปจากตึกแถวพิพาทแต่ไม่เกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ นายเสริมศักดิ์จะขอประกันตัวได้ภายในเงื่อนไขที่ว่า ตนยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทั้งตามคำร้องที่นายประกันยื่นต่อศาลเพื่อขอประกันตัวนายเสริมศักดิ์ก็ระบุไว้ชัดว่า เพื่อให้นายเสริมศักดิ์ออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกันตัวก็ระบุว่าเพื่อให้นายเสริมศักดิ์ออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน ๒๐ วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ฉะนั้น ข้อที่ว่านายเสริมศักดิ์จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันเมื่อนายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือได้ว่านายประกันผิดสัญญาประกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2525 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โจทก์ นายสนิท สิงหจารุ นายประกัน นายชรินทร์ โชติชวาลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · นายประกัน - นายสนิท สิงหจารุ · จำเลย - นายชรินทร์ โชติชวาลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1649/2498ฎีกา 4942/2566ฎีกา 797/2506ฎีกา 2498/2566ฎีกา 552/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา