คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะขอให้ไต่สวนและออกหมายเรียกบุคคลที่เชื่อว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ได้ต่อเมื่อไม่ทราบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินที่จะบังคับได้ แต่หากเจ้าหนี้ทราบอยู่แล้วว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินใด ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ที่จะสืบเสาะที่อยู่ของทรัพย์สินนั้นเพื่อนำยึด ไม่สามารถนำบทบัญญัติเรื่องการไต่สวนมาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277 เป็นเรื่องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเชื่อว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับมากกว่าที่ตนทราบ อาจขอให้ทำการไต่สวนและออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์มาในการไต่สวน แต่เมื่อกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยมีรถยนต์ซึ่งโจทก์ประสงค์จะยึดเพื่อบังคับคดี จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบเสาะที่อยู่ของทรัพย์เพื่อนำยึด จะนำบทบัญญัติ มาตรา 277 มาใช้บังคับมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนรถยนต์บรรทุกตามสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา ผลที่สุดโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์โดยวิธีผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามยอม คดีถึงที่สุด
จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินตามกำหนด ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดรถยนต์คันที่โจทก์ขายให้จำเลยแต่ไม่พบ นายเสรีเป็นผู้ทราบดีว่ารถยนต์เก็บรักษาไว้ ณ ที่ใด ขอให้ออกหมายเรียกนายเสรีทำการไต่สวน
ศาลชั้นต้นสั่งว่า การบังคับคดีเป็นเรื่องที่โจทก์ดำเนินการ ยังไม่มีเหตุที่จะเรียกบุคคลภายนอกมาสอบถาม
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิขอให้ออกหมายเรียกบุคคลอื่นที่จะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้มาไต่สวนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๗ นั้น เห็นว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่โจทก์อ้างเป็นเรื่องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เชื่อว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับมากกว่าที่ตนทราบ อาจขอให้ศาลทำการไต่สวนและออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์มาในการไต่สวน แต่กรณีของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยมีรถยนต์ซึ่งโจทก์ประสงค์จะยึดเพื่อบังคับคดีเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบเสาะที่อยู่ของทรัพย์เพื่อนำยึด จะนำบทบัญญัติมาตรา ๒๗๗ มาใช้บังคับมิได้
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2525
บริษัทพระนครยนตรการ จำกัด โจทก์
บริษัทสุรพลและสหาย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทพระนครยนตรการ จำกัด · จำเลย - บริษัทสุรพลและสหาย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · อุดม บรรลือสินธุ์ · กิติ บูรพรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา