⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1706/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินที่ยึดได้พอแก่การ เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกบุคคลที่เชื่อว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือมีข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการบังคับคดี มาทำการไต่สวนได้

ย่อคำพิพากษา

คำร้องของโจทก์มีข้อความว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านหลังหนึ่งของจำเลย แต่ไม่ทราบเลขโฉนดที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สามารถขายทอดตลาดได้บ้านราคาเพียง 50,000 บาทไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเป็นต้องยึดทรัพย์สินอื่น เพิ่มเติมซึ่งโจทก์เชื่อว่ายังมีอยู่อีก แต่จำเลยหลบหนี มีบุคคล ที่อยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ในการไต่สวนคือ ช. สามีจำเลย ทั้งในคำร้องฉบับแรกก็ระบุว่า ช. มีฐานะมั่นคงและเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินสินสมรสหลายโฉนด ดังนี้เป็นคำร้อง ที่แสดงเหตุอันสมควรที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียก ช. มาทำการไต่สวนตามที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.277

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำยึดทรัพย์บ้านหลังหนึ่งของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ราคาเพียง ๕๐,๐๐๐ บาทไม่พอชำระหนี้ และจำเลยหลบหนีไปแล้ว โจทก์ทราบว่าพันตำรวจตรีชาญชัยสามีจำเลยเป็นผู้มีฐานะมั่นคงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหลายโฉนดซึ่งเป็นสินสมรส จำเลยคงจะมีทรัพย์สินอื่นมากกว่าที่ยึดไว้ พันตำรวจตรีชาญชัยเป็นบุคคลที่จะให้ถ้อยคำเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยได้ดี ขอให้หมายเรียกพันตำรวจตรีชาญชัยมาทำการไต่สวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องอีกว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านหลังหนึ่งไว้ ราคาประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ทราบเลขโฉนดที่ดินที่บ้านดังกล่าวตั้งอยู่ และบ้านที่ยึดไว้ไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์เชื่อว่าจำเลยมีทรัพย์สินอื่นอยู่อีก แต่จำเลยหลบหนีไป จึงขอให้หมายเรียกพันตำรวจตรีชาญชัยสามีของจำเลยมาไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของโจทก์ฉบับที่สองว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านหลังหนึ่งของจำเลย แต่ไม่ทราบเลขโฉนดที่ดินที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สามารถขายทอดตลาดได้ และเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาบ้านที่ยึดเพียง ๕๐,๐๐๐ บาท ไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเป็นต้องยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมซึ่งโจทก์เชื่อว่ายังมีอยู่อีก เนื่องจากจำเลยหลบหนี ไม่สามารถออกหมายเรียกมาให้ถ้อยคำได้แต่มีบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ในการไต่สวนคือ พันตำรวจตรีชาญชัยสามีของจำเลย ทั้งตามคำร้องของโจทก์ฉบับแรกก็ระบุว่าพันตำรวจตรีชาญชัยเป็นผู้มีฐานะมั่นคง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหลายโฉนดซึ่งเป็นสินสมรสดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องของโจทก์แสดงเหตุอันสมควรที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพันตำรวจตรีชาญชัยมาทำการไต่สวนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๗ พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกพันตำรวจตรีชาญชัยมาทำการไต่สวนตามคำร้องของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2527 หม่อมเจ้าดุลภากร วรวรรณ โจทก์ นางกนก พุกกะพันธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมเจ้าดุลภากร วรวรรณ · จำเลย - นางกนก พุกกะพันธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิพัฒน์ จักรางกูร · ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2214/2525ฎีกา 1847/2531ฎีกา 4094/2529ฎีกา 4300/2558ฎีกา 1363/2567ฎีกา 804/2539ฎีกา 225/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา