⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1459/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1459/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความที่กฎหมายกำหนดไว้ หากจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จะไม่สามารถยกขึ้นเป็นข้อฎีกาได้ เว้นแต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

กำหนดเวลาหกเดือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 533 วรรคแรก เป็นอายุความ เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อฎีกามิได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2526)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.533

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ ๓ เป็นบุตรจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๔ เป็นพี่ชายจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ เป็นหลานโจทก์ โจทก์อุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก โจทก์จดทะเบียนยกที่นาโฉนดเลขที่ ๑๖๒๓ ให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยเสน่หา บัดนี้โจทก์ชราภาพและยากไร้ ไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์และหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๓ โดยเสน่หาและโดยไม่สุจริต และจำเลยที่ ๓ ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๔ โดยฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนยกให้ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับที่ ๓ และเพิกถอนการจดทะเบียนการขายระหว่างจำเลยที่ ๓ กับจำเลยที่ ๔ แล้วให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินให้โดยมีค่าตอบแทน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เคยประพฤติเนรคุณหรือหมิ่นประมาทโจทก์ จำเลยที่ ๓ ขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๔ ก็ด้วยภาวะยากจน และเนื่องจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ยืมเงินจากจำเลยที่ ๔ เพื่อชำระหนี้แทนโจทก์และให้โจทก์เป็นการตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ และระหว่างจำเลยที่ ๓ กับจำเลยที่ ๔ เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๑ แล้วให้จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินที่กลับมาเป็นของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดที่ ๑๖๒๓ ระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ และระหว่างจำเลยที่ ๓ กับจำเลยที่ ๔ ด้วยให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แล้วให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนที่พิพาทกลับคืนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยเสน่หา จำเลยที่ ๑ ได้หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้และจำเลยยังสามารถจะให้ได้และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ทราบเหตุประพฤติเนรคุณแล้วมาฟ้องเป็นเวลาเกิน ๖ เดือนนับตั้งแต่วันทราบเหตุ คดีโจทก์ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า กำหนดเวลาหกเดือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๓ วรรคแรกเป็นอายุความ เมื่อความข้อนี้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1459/2526 นางทิบ ปานน้อย หรือพยอมหอม โจทก์ นางเพียร พยอมหอม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทิบ ปานน้อย หรือพยอมหอม · จำเลย - นางเพียร พยอมหอม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 1003/2505ฎีกา 1546/2505ฎีกา 2060/2517ฎีกา 1940/2539ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2574/2520ฎีกา 1982/2511ฎีกา 3352/2529ฎีกา 3740/2545ฎีกา 268/2472ฎีกา 2808-2809/2539ฎีกา 539/2511ฎีกา 183/2487ฎีกา 1956-1958/2523ฎีกา 375/2527ฎีกา 9854/2544ฎีกา 2225/2540ฎีกา 3690/2532ฎีกา 1514-1515/2516ฎีกา 478/2494ฎีกา 1926/2499ฎีกา 1074/2518ฎีกา 1585/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา