⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2474/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นเกินสมควรจนทำให้ที่ดินของผู้นั้นพังทลาย เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1343 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และผู้กระทำต้องรับผิดจัดการป้องกันความเสียหายต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยขุดดินห่างจากแนวเขตที่ดินของโจทก์เพียง 1 เมตรลึกเกินสมควรจนเต็มเนื้อที่ เป็นเหตุให้ที่ดินโจทก์พังทลาย เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1343 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยจึงต้องรับผิดจัดการป้องกันความเสียหายเพื่อไม่ให้ที่ดินของโจทก์พังทลายต่อไป จำเลยอ้างว่ามีฝนตกหนักและน้ำท่วมมากเป็นเหตุให้แนวเขตที่ดินพัง อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะป้องกันได้ แต่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีก่อน จ.ผู้เช่าที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งฟ้อง พ. กับจำเลยที่ 1 คดีนี้ขอให้ใช้ค่าเสียหายที่ขุดดินทำให้บ่อปลาของ จ.เสียหาย แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้จัดการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ที่ดินของโจทก์คนละแปลงกับที่ดินที่ให้ จ.เช่าเป็นคนละกรณีกัน ทั้งโจทก์ก็มิได้เป็นคู่ความในคดีก่อนร่วมกับ จ.ด้วย ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจัดการป้องกันความเสียหายอันเกิดแก่ความอยู่มั่นแห่งที่ดินของโจทก์ ที่ติดต่อกับที่ดินที่จำเลยขุด มิใช่เรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดโดยตรง. จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1342 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งมีโฉนดรวม ๕ แปลงอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ขุดบ่อหรือสระในที่ดินของจำเลยชิดแนวเขตที่ดินของโจทก์กว้าง ๕๗ เมตร ยาว ๒๙๐ เมตร ลึก ๑๐ เมตร เพื่อนำดินไปใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๒ เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์พังทลายลงไป ทำให้น้ำจากบ่อหรือสระไหลเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๔๒, ๑๓๔๓ และทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถใช้ที่ดินทำประโยชน์ได้ ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองทำเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กห่างแนวเขตที่ดินโจทก์ ๒ เมตร กับถมดินแน่นตามแนวสันเขื่อน ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ทำก็ให้โจทก์ทำเองโดยจำเลยทั้งสองเสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายเดือนละ๑,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองจ้างนายพิพัฒน์ ขุดบ่อในที่ดินของจำเลย ต่อมานายจำรัส ตัวแทนและผู้เช่าที่ดินซึ่งมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของจำเลย ได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ ว่าขุดบ่อทำให้ที่ดินเสียหาย คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยนายจำรัส รับเงินค่าซ่อมแซมแนวเขตที่ดินไปแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้เพราะเป็นฟ้องซ้อนและคดีขาดอายุความ จำเลยขุดบ่อในที่ดินของจำเลยห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง ๕ เมตร การที่แนวเขตที่ดินพังเป็นความผิดของนายจำรัสการซ่อมแซมแนวเขตที่ดินไม่จำเป็นสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองสร้างเขื่อนไม้ตามแนวคันดินที่พังและนำดินมาถมตามแนวสันเขื่อนให้เต็ม ถ้าจำเลยไม่ทำให้โจทก์ทำเองโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายแทนโจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๓ หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ขุดดินห่างแนวเขตที่ดินของโจทก์เพียงประมาณ ๑ เมตรลึกเกินสมควรจนเต็มเนื้อที่เป็นเหตุให้ที่ดินติอต่อของโจทก์พังทลาย เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๑๓๔๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยจึงต้องร่วมกันรับผิดจัดการป้องกันความเสียหายเพื่อไม่ให้ที่ดินของโจทก์พังทลายต่อไป ที่จำเลยฎีกาว่าที่เกิดเหตุมีฝนตกหนักและน้ำท่วมมากเป็นเหตุให้แนวเขตที่ดินพังอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะป้องกันได้นั้น เห็นว่าเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๙๙๙๖/๒๕๒๒ ของศาลชั้นต้น เห็นว่าคดีก่อนเป็นเรื่องนายจำรัส แซ่อื้อผู้เช่าที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งฟ้องนายพิพัฒน์ วิริยางกูร กับจำเลยที่ ๑ คดีนี้ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่ขุดดินทำให้บ่อปลาในที่เช่าเสียหาย แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑และที่ ๒ ให้จัดการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ที่ดินของโจทก์คนละแปลงกับที่ดินที่ให้นายจำรัสเช่า เป็นคนละกรณีกัน ทั้งโจทก์คดีนี้ก็ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนร่วมกับนายจำรัสด้วย โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยขุดบ่อหรือสระระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๒๑ โจทก์ทราบว่าที่ดินพังเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๑ ซึ่งทราบถึงมูลละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิดแล้วแต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๓ คดีโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจัดการป้องกันความเสียหายอันจะเกิดแต่ความอยู่มั่นแห่งที่ดินของโจทก์ที่ติดต่อกับที่ดินที่จำเลยขุด มิใช่เรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดโดยตรง จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2526 นางกรี มณีขาว ฯ โจทก์ นายสมเกียรติ วิพันธ์พงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกรี มณีขาว ฯ · จำเลย - นายสมเกียรติ วิพันธ์พงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดิลก ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ นิมิตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 246/2530ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1479/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา