⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 638/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทีวีแมสค์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและชำระภาษีอากรไว้แล้ว ถือเป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์อันจะต้องเสียภาษีตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 85.15ข.(4)(ก) ร้อยละ 50 การฟ้องคดีเรียกเงินภาษีอากรที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิดแห่งของและอัตราอากรขาเข้า มีอายุความ 10 ปี และไม่ต้องให้อธิบดีกรมศุลกากรบันทึกความเห็นถึงเหตุที่จะฟ้องคดีเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

ทีวีแมสค์ที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรและชำระภาษีอากรไว้แล้วนั้นมีลักษณะเป็นกรอบใช้ปิดช่องโหว่ระหว่างตู้โทรทัศน์ด้านหน้ากับหลอดภาพโทรทัศน์มีน๊อตขันติดกับตู้โทรทัศน์เพื่อกันมิให้หลุด ทั้งยังเป็นเครื่องป้องกันไฟฟ้าดูดผู้ดูหรือผู้ใช้โทรทัศน์เช่นเดียวกับฝาตู้โทรทัศน์ทุกด้าน จึงเป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์อันจะต้องเสียภาษีตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 85.15ข.(4)(ก)ร้อยละ 50 การฟ้องคดีเรียกเงินภาษีอากรที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิดแห่งของและอัตราอากรขาเข้ามีอายุความ 10 ปี ในกรณีเช่นนี้ไม่ต้องให้อธิบดีกรมศุลกากรบันทึกความเห็นถึงเหตุที่จะฟ้องคดีเสียก่อนดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 102 อีก เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่จะฟ้องผู้กระทำผิดในทางอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งและนำส่วนประกอบของเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์จากประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เข้ามาในราชอาณาจักรทางท่าเรือกรุงเทพ โดยสำแดงชนิดของในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าว่าเป็นกรอบหน้าหลอดภาพทีวีโดยชำระอากรในพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ข) อัตราอากรตามราคาร้อยละ ๓๐ หลายครั้งหลายคราว ต่อมาความปรากฏว่าการที่จำเลยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าดังกล่าว จำเลยสำแดงชนิดของและชำระภาษีอากรไว้ไม่ถูกต้องเพราะของหรือสินค้าที่จำเลยนำเข้านั้นความจริงเป็นกรอบหน้าตู้โทรทัศน์อันเป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์ซึ่งระบุไว้ในพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ก) และจะต้องเสียอากรตามอัตราอากรตามราคาร้อยละ ๕๐ มิใช่ประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ข) จำเลยจึงต้องชำระภาษีอากรเพิ่มขึ้นจากที่ชำระไว้เป็นเงิน ๑๕๙,๑๕๒.๓๕ บาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สินค้าที่จำเลยสั่งและนำเข้าเป็นกรอบหน้าหลอดภาพทีวีในพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ข) อัตราอากรตามราคาร้อยละ ๓๐ ซึ่งจำเลยได้ชำระภาษีอากรแก่โจทก์ถูกต้องแล้ว มิใช่เป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ก) ทั้งไม่ปรากฏว่ามีบันทึกความเห็นถึงเหตุที่จะต้องฟ้องคดีของอธิบดีของโจทก์ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๑๐๒ โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาสู่ศาลและคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีนายเฉลิมยศ ชาญศิลป์ และนายจอม ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ เบิกความยืนยันว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรและชำระภาษีอากรไว้นั้นเป็นกรอบตู้โทรทัศน์ ส่วนจำเลยว่าเป็นกรอบหลอดภาพโทรทัศน์ ใช้เป็นคิ้วของหลอดภาพโทรทัศน์เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดผู้ใช้โทรทัศน์ แต่นายสมาน สาครวิสัย พยานจำเลยเบิกความว่ากรอบหลอดภาพโทรทัศน์นี้มีน๊อตขันติดกับตู้โทรทัศน์เพื่อไม่ให้หลุด ถ้าไม่ติดกรอบนี้จะทำให้มีช่องโหว่ระหว่างตู้โทรทัศน์กับหลอดภาพโทรทัศน์ และนายวีระชัย บุญยเกตุ พยานจำเลยเช่นกันก็ว่าหลอดภาพโทรทัศน์ชนิดธรรมดาเมื่อประกอบกับตู้โทรทัศน์แล้วจะมีช่องว่างอยู่ กรอบหลอดภาพนี้ต้องติดกับตู้โทรทัศน์เพราะตัวหลอดภาพเป็นแก้วไม่สามารถจะเจาะเพื่อติดได้ จึงต้องเอาติดกับตู้โทรทัศน์ จากคำเบิกความของพยานจำเลยดังกล่าวประกอบกับภาพโทรทัศน์ตามภาพหมาย ล.๑ ถึงแม้พยานโจทก์จะไม่ได้เห็นว่าสินค้าทีวี แมสค์ ที่จำเลยนำเข้าและชำระภาษีอากรไว้มีรูปร่างลักษณะอย่างไรก็ตาม คดีก็ฟังได้ว่า ทีวี แมสค์ เป็นของที่ใช้ติดกับเครื่องรับโทรทัศน์ มิฉะนั้นเมื่อประกอบเป็นเครื่องรับโทรทัศน์แล้วจะมีช่องระหว่างหลอดภาพกับตู้โทรทัศน์ จึงเห็นได้ว่า ทีวี แมสค์ นี้เป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้า ประเภทที่ ๘๕.๑๕ ข.(๔)(ก) อันจะต้องชำระอากรตามอัตราอากรตามราคาร้อยละ ๕๐ ในบัญชีต่อท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗๘ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้ความจากคำของนายวีระชัยพยานจำเลยว่าฝาตู้โทรทัศน์ทุกด้านกันไฟฟ้าดูดผู้ถูกเครื่องโทรทัศน์ดังนั้นแม้ ทีวี แมสค์ นี้จะป้องกันไฟฟ้าดูดผู้ดูหรือผู้ใช้โทรทัศน์ด้วยก็ตาม ทีวี แมสค์ก็คงเป็นส่วนประกอบของตู้โทรทัศน์อยู่นั่นเอง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ปัญหาตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ว่าคดีขาดอายุความนั้น เห็นว่ากรณีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินภาษีอากรที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิดแห่งของและอัตราอากรสำหรับของ (ทีวี แมสค์) ที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรมีอายุความสิบปี มิใช่เพราะเหตุที่ได้คำนวณจำนวนเงินอากรผิดซึ่งมีอายุความสองปี ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๐ วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๔ คดีจึงไม่ขาดอายุความ และที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์มิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๒๐ (ที่ถูกมาตรา ๑๐๒) วรรคท้าย(ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๘) กล่าวคือจะต้องให้อธิบดีของโจทก์ที่ ๑ บันทึกความเห็นถึงเหตุที่จะฟ้องคดีเสียก่อนนั้น เห็นว่าในกรณีที่จะต้องบันทึกความเห็นของอธิบดีกรมศุลกากรว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงควรฟ้องผู้กระทำผิดดังที่บัญญัติไว้ในบทกฎหมายดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่จะฟ้องร้องคดีอาญา มิใช่การฟ้องเรียกเงินภาษีอากรที่ขาดเช่นคดีนี้ ดังนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้แม้ไม่มีบันทึกความเห็นดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๑๕๙,๑๕๒.๓๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2526 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ บริษัทธานินทร์ อุตสาหกรรม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - บริษัทธานินทร์ อุตสาหกรรม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง แจ่มสุธี · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1342/2546ฎีกา 2227/2541ฎีกา 12789/2556ฎีกา 854/2492ฎีกา 119/2534ฎีกา 4186/2530ฎีกา 10911/2554ฎีกา 15180/2551ฎีกา 3503/2565ฎีกา 2369/2532ฎีกา 4545/2547ฎีกา 4082/2534ฎีกา 709/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา