⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 753/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ย่อมต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวในหนี้ของห้างหุ้นส่วนนั้น และหนี้ภาษีอากรที่เกิดขึ้นแล้วก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ย่อมเป็นเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของหุ้นส่วนนั้นได้ แม้คำวินิจฉัยอุทธรณ์จะเกิดขึ้นภายหลังก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ย่อมต้องรับผิดเป็นส่วนตัวในหนี้ของห้างหุ้นส่วน เมื่อกรมสรรพากรเป็นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของจำเลย อันอาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยได้ มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชำระค่าภาษีอากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน เป็นเรื่องให้ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวชำระค่าภาษีอากรที่เกิดขึ้นแล้วให้ถูกต้องครบถ้วน หาใช่มูลหนี้ค่าภาษีเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยไม่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ออำเภอภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแต่ละปี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68 ต้องนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วันนับแต่วันที่จ่ายเงินตามมาตรา 52 และต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีการค้าแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามมาตรา 85 ทวิ และมาตรา 86 รอบระยะเวลาบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม ดังนั้น หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ปี 2518 ถึง 2520 จึงถึงกำหนดชำระภายใน 150 วันนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น ๆ หนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าแรงงานแต่ละคราวในปี 2517 ถึงปี 2519 ถึงกำหนดชำระภายใน 7 วันนับแต่วันจ่ายเงินแต่ละคราวและหนี้ค่าภาษีการค้าในเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม 2520 ถึงกำหนดชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนเมษายน มิถุนายน สิงหาคมและกันยายน 2520 ตามลำดับศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2522 กำหนด 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์คือวันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 หนี้ค่าภาษีดังกล่าวจึงถึงกำหนดก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เกินกว่า 6 เดือน เงินเพิ่มภาษีการค้าตามมาตรา 89 ทวิ เป็นเงินเพิ่มเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ไม่ชำระหนี้ค่าภาษีการค้าที่จะต้องชำระแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ต้องเสียเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีการค้าที่ต้องชำระ เงินเพิ่มภาษีการค้าจึงถึงกำหนดชำระเป็นเดือน ๆ ไปนับแต่วันที่ 15 ของเดือนที่ต้องชำระภาษีการค้า เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 เป็นต้นมาย่อมเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) ภาษีเทศบาลหรือภาษีท้องถิ่นเป็นภาษีที่คำนวณมาจากภาษีการค้าอัตราร้อยละ 10 ของภาษีการค้า เมื่อเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนหนึ่งเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนนั้นก็เป็นหนี้ตามมาตรา 130(6) เช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลรัษฎากร ม.52 ประมวลรัษฎากร ม.68 ประมวลรัษฎากร ม.86 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.130

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ต่อมากรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเห็นว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. มิใช่หนี้ส่วนตัวของจำเลยควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ กรมสรรพากรเจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาประการแรกว่ากรมสรรพากรเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของจำเลยหรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างว่าหนี้ค่าภาษีอากรเป็นหนี้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ แต่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะส่วนตัว จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้รายนี้ เห็นว่าจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้าง ย่อมต้องรับผิดเป็นส่วนตัวในหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๗(๒) เมื่อกรมสรรพากรเป็นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้าง จึงถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของจำเลย อันอาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ ส่วนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ภายหลังที่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ถือว่ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นภายหลังวันศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๙๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ นั้น ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างคงอุทธรณ์การประเมินเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลปี ๒๕๒๐ และภาษีการค้าเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม ๒๕๒๐ เห็นว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีปีหนึ่ง ๆ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕ มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี ๒๕๒๐ จึงเกิดขึ้นตั้งแต่ในปีนั้นเอง และห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ มูลหนี้ค่าภาษีการค้าเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม ๒๕๒๐ จึงเกิดขึ้นในแต่ละเดือนนั้น ๆ เช่นเดียวกัน มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลปี ๒๕๒๐ และภาษีการค้าดังกล่าวจึงเกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสิ้น การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างชำระค่าภาษีอากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน เป็นเรื่องให้ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวชำระค่าภาษีอากรที่เกิดขึ้นแล้วให้ถูกต้องครบถ้วน หาใช่มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรมสรรพากรเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปมีว่า หนี้ที่กรมสรรพากรเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ค่าภาษีอากรที่ถึงกำหนดชำระภายใน ๖ เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์อันเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) หรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาอ้างว่า หนี้ภาษีอากรที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ที่ค้างชำระในปี ๒๕๑๗ ถึงปี ๒๕๒๐ จึงมิใช่หนี้บุริมสิทธิตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) ส่วนกรมสรรพากรเจ้าหนี้แก้ฎีกาว่า เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดภายใน ๖ เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ พร้อมด้วยภาษีท้องถิ่นร้อยละ ๑๐ ของเงินเพิ่มจำนวนนั้น เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) พิเคราะห์แล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ออำเภอภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแต่ละปีตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๘ ต้องนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน ๗ วันนับแต่วันที่จ่ายเงินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๒ และต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าพร้อมกับชำระภาษีการค้าแต่ละเดือนภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๕ ทวิ และมาตรา ๘๖ รอบระยะเวลาบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างคือตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ดังนั้น หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างปี ๒๕๑๘ ถึงปี ๒๕๒๐ จึงถึงกำหนดชำระภายใน ๑๕๐ วันนับแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีนั้น ๆ หนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าแรงงานแต่ละคราวในปี ๒๕๑๗ ถึงปี ๒๕๑๙ ถึงกำหนดชำระภายใน ๗ วันนับแต่วันจ่ายเงินแต่ละคราว และหนี้ค่าภาษีการค้าในเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม๒๕๒๐ ถึงกำหนดชำระภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนเมษายน มิถุนายน สิงหาคมและกันยายน ๒๕๒๐ ตามลำดับ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ กำหนด ๖ เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์คือวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และภาษีการค้าจึงถึงกำหนดก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เกินกว่า ๖ เดือน อย่างไรก็ดีสำหรับเงินเพิ่มภาษีการค้าตามมาตรา ๘๙ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเงินเพิ่มเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างไม่ชำระหนี้ภาษีการค้าเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม ๒๕๒๐ ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีการค้าที่ต้องชำระเงินเพิ่มภาษีการค้าจึงถึงกำหนดชำระเป็นเดือน ๆ ไปนับแต่วันที่ ๑๕ ของเดือนที่ต้องชำระภาษีการค้า เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ เป็นต้นมาย่อมเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) นอกจากนั้น ภาษีเทศบาลหรือภาษีท้องถิ่นเป็นภาษีที่คำนวณมาจากภาษีการค้าอัตราร้อยละ ๑๐ ของภาษีการค้า เมื่อเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนหนึ่งเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ ๑๐ ของเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนนั้นก็เป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้กรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) ทั้งสิ้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้กรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๖) เฉพาะหนี้เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ เป็นต้นมา กับหนี้ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ ๑๐ ของหนี้เงินเพิ่มภาษีการค้าที่กล่าวนั้น หนี้นอกจากที่กล่าวแล้วให้กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐(๘) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2526 นายพัฒนา กริชชาญชัย โจทก์ กรมสรรพากร เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ นายวิชิต สุกใส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพัฒนา กริชชาญชัย · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - กรมสรรพากร · จำเลย - นายวิชิต สุกใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1470/2548ฎีกา 1252/2530ฎีกา 4411/2531ฎีกา 4823/2545ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 2634/2534ฎีกา 1400/2553ฎีกา 374/2534ฎีกา 1228/2505ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1494/2527ฎีกา 320/2538ฎีกา 997/2510ฎีกา 3319/2545ฎีกา 1679/2551ฎีกา 12104/2547ฎีกา 1890/2537ฎีกา 888/2519ฎีกา 2649/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา