⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 365-388/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365-388/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดถูกสั่งเลิก ห้างฯ ยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชี และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดยังคงต้องรับผิดในหนี้ของห้างฯ ไม่จำกัดจำนวน

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลจะมีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้น ก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา 1077 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1259

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันลาเพื่อการคลอดบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และคืนเงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี โจทก์ทั้งยี่สิบสี่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่2 เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 และตั้งนายฉลองกับนางสาวนฤนาถเป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อไป จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่ให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 และให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้น ไม่ทำให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะลูกหนี้ร่วมยังคงต้องร่วมรับผิดอยู่ มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่หรือไม่ เห็นว่า แม้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะมีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้นก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่มีจำกัดจำนวนตามมาตรา 1077 (2) จำเลยที่ 2 จึงยังต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365 - 388/2548 นางพนม ชิณราช กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงาน ว.พรสินกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพนม ชิณราช กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงาน ว.พรสินกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · ชวลิต ยอดเณร · วิชัย วิวิตเสวี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1470/2548ฎีกา 4411/2531ฎีกา 1071/2504ฎีกา 253/2506ฎีกา 2037/2539ฎีกา 320/2538ฎีกา 2877/2547ฎีกา 3541/2566ฎีกา 94/2547ฎีกา 7484/2537ฎีกา 1532/2537ฎีกา 5624/2560ฎีกา 2778/2552ฎีกา 901/2508ฎีกา 2445/2533ฎีกา 1348/2523ฎีกา 41/2493ฎีกา 7093/2545ฎีกา 8413/2544ฎีกา 4260/2536ฎีกา 1172/2521ฎีกา 2522/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ