⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1633/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2525

ป.พ.พ. ม.453, 487, 1068 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 61, 172 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาจ้างทำของไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ 2. ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจดำเนินคดีแทนห้างที่เลิกแล้วได้โดยไม่ต้องแต่งทนายความหรือยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีแทน

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะตั้งข้อหาในฟ้องว่า ซื้อขาย เช็ค แต่คำฟ้องของโจทก์ที่แท้จริงอยู่ที่คำบรรยายฟ้อง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องมาเป็นเรื่องจ้างทำของ ก็ต้องถือว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องสัญญาจ้างทำของ เช็คที่โจทก์อ้างมาในฟ้องเป็นเพียงการอ้างถึงหลักฐานแห่งการชำระหนี้ส่วนหนึ่งของจำเลยที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระเท่านั้น สัญญาจ้างทำของกฎหมายมิได้บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ดังนั้น แม้โจทก์จะมิได้แนบสัญญาจ้างทำของหรือบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเช็คมาในฟ้อง หรือบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยสั่งให้โจทก์ทำตั้งแต่วันใด กี่คราวบ้าง ก็เป็นเรื่องรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์จึงหาเคลือบคลุมไม่ ขณะโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลอยู่โดยมี ช. เป็นผู้จัดการ เมื่อจดทะเบียนเลิกห้างแล้ว ช. เป็นผู้ชำระบัญชีของโจทก์ต่อมาช. จึงมีฐานะเป็นผู้แทนของโจทก์เพื่อชำระสะสางการงานของห้างโจทก์ให้เสร็จไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249,1250 และ 1252 โดยผู้ชำระบัญชีไม่จำต้องแต่งทนายความให้มาดำเนินคดีใหม่หรือยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าดำเนินคดีแทนห้างโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.487 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1068 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1080 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1250 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1251 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1252 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1259

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายชูชีพ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยได้สั่งซื้อภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันเครื่องจากโจทก์เป็นจำนวนมากและหลายครั้ง โดยจำเลยสัญญาว่าจะชำระราคาในทันทีที่ได้รับสินค้า โจทก์ส่งสินค้าให้จำเลยเป็นเงิน ๒๒๙,๑๑๗.๒๐ บาท และค่าทำแบบพิมพ์อีก ๔,๐๐๐ บาท จำเลยชำระหนี้บางส่วนด้วยเช็คลงวันที่ล่วงหน้า ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ๙ ฉบับ โจทก์ทวงถามจำเลยชำระให้โจทก์รวม ๖๐,๐๐๐ บาท คงค้างชำระอีก ๑๗๓,๑๑๗.๒๐ บาท จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ขณะฟ้องโจทก์จดทะเบียนเลิกห้างแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยติดต่อซื้อภาชนะพลาสติกจากโจทก์จริง แต่เป็นหนี้โจทก์เพียง ๑๓๑,๐๖๔.๗๕ บาทและจำเลยได้ชำระให้โจทก์หมดสิ้นแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่มีรายการสำเนาหรือภาพถ่ายสัญญาซื้อขายหรือบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเช็คเป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๕๖,๕๑๗.๒๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะตั้งข้อหาในฟ้องว่า ซื้อขายเช็ค แต่คำฟ้องของโจทก์ที่แท้จริงอยู่ที่คำบรรยายฟ้อง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องมาเป็นเรื่องจ้างทำของก็ต้องถือว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องสัญญาจ้างทำของมิใช่เรื่องซื้อขายหรือเช็ค ซึ่งเมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์โดยตลอด แล้วศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาจ้างทำของ ส่วนเช็คที่โจทก์อ้างมาในฟ้องเป็นเพียงการอ้างถึงหลักฐานแห่งการชำระหนี้ส่วนหนึ่งของจำเลยที่โจทก์ยังมิได้รับชำระเท่านั้น โดยเฉพาะสัญญาจ้างทำของนั้นกฎหมายมิได้บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ดังนั้นแม้โจทก์จะมิได้แนบสัญญาจ้างทำของและบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเช็คมาในฟ้องดังที่จำเลยให้การต่อสู้ และไม่ได้บรรยายรายละเอียดว่าจำเลยสั่งให้โจทก์ทำตั้งแต่วันใดกี่คราวบ้าง ก็เป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมชอบแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๔๘ ว่านายชูชีพผู้จัดการห้างโจทก์นั้นเองเป็นผู้ชำระบัญชีของโจทก์ต่อมาภายหลังการจดทะเบียนเลิกห้างนายชูชีพผู้ชำระบัญชีจึงมีฐานะเป็นผู้แทนของโจทก์เพื่อชำระสะสางการงานของห้างโจทก์ให้เสร็จไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙, ๑๒๕๐ และ ๑๒๕๒ ทั้งนี้โดยผู้ชำระบัญชีไม่จำต้องแต่งทนายความให้มาดำเนินคดีใหม่หรือยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าดำเนินคดีแทนห้างโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2525 ห้างหุ้นส่วนจำกัดไดมอนด์พล๊าสติค โจทก์ บริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดไดมอนด์พล๊าสติค · จำเลย - บริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 605/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา