คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7484/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบริษัทถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนและเลิกบริษัทไปแล้ว ผู้ชำระบัญชีไม่มีอำนาจเข้ามาว่าต่างในคดี และบริษัทผู้รับประกันภัยที่ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของบริษัทที่ถูกเลิกบริษัทในการฟ้องเรียกหนี้จากลูกหนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
นายทะเบียนบริษัทแห่งประเทศอังกฤษและเวลส์ได้จำหน่ายชื่อบริษัทโจทก์ออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2530 ตามมาตรา 652 (5)แห่ง พ.ร.บ.บริษัท ค.ศ.1985 และได้เลิกบริษัทไปโดยลงแจ้งความในราชกิจจา-นุเบกษาแห่งกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2530 และมีบริษัท ส.เป็นผู้ชำระบัญชี แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้เข้ามาว่าต่างในนามของโจทก์ในคดีนี้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1259 (1) อีกทั้งบริษัท อ.ซึ่งได้รับประกันภัยสินค้าของโจทก์และเป็นตัวแทนของโจทก์ก็ยังมีสิทธิในหนี้รายนี้อยู่เพราะได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ไปแล้วหลังจากที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ บริษัท อ.ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเอาจำนวนเงินที่จ่ายให้แก่โจทก์จากจำเลยได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 880 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยรับผิดชำระหนี้รายนี้ได้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทมอร์เฝ็ด (เซาท์เวลส์) จำกัด · จำเลย - บริษัทเอส แอนด์ ซี อุตสาหกรรม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายเสมอ อินทรศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา