คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนทรัพย์สินที่มิได้โอนโดยตรงจากลูกหนี้ และรับโอนหลังจากลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลาย จะไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้ แม้ภายหลังการโอนจะถูกเพิกถอนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ขอรับชำระหนี้ไม่ได้เป็นผู้รับโอนที่ดินไว้จากลูกหนี้โดยตรง แต่ได้รับโอนจากบุคคลภายนอกหลังจากที่ลูกหนี้ถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แม้ต่อมาศาลจะได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอนก็ถือไม่ได้ว่าผู้ขอรับชำระหนี้เป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากการที่ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา115 ที่จะให้สิทธิแก่ผู้ขอรับชำระหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 92 เพราะผู้ขอรับชำระหนี้กับลูกหนี้ไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันอันเป็นมูลหนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.92 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ขอรับชำระหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นค่าซื้อที่ดินจำนวน ๖๕๐,๐๐๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นว่า ผู้ขอรับชำระหนี้ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากบุคคลภายนอก มิได้รับโอนจากลูกหนี้ กองทรัพย์สินของลูกหนี้จึงไม่มีความผูกพันใด ๆ ที่จะต้องรับผิด และผู้ขอรับชำระหนี้ได้รับโอนที่ดินจากบุคคลภายนอกหลังจากที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จึงต้องห้ามมิให้ได้รับชำระหนี้ เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ขอรับชำระหนี้รายนี้ไม่ได้เป็นผู้ซื้อและรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๑๑๔ ไว้จากนายสุทิน กลับเจริญ จำเลยที่ ๑ โดยตรง แต่ได้ซื้อและรับโอนที่ดินไว้จากนายสนิท ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้รับซื้อฝากที่ดินไว้จากผู้ที่ได้ซื้อและรับโอนกรรมสิทธิ์จากจำเลยที่ ๑ หลังจากที่จำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ขาดอายุความไถ่ถอนการขายฝาก แม้ต่อมาศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวก็ถือไม่ได้ว่าผู้รับชำระหนี้เป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากการที่ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนที่ดินเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๕ ที่จะให้สิทธิแก่ผู้ขอรับชำระหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังที่ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกากล่าวอ้าง เพราะผู้ขอรับชำระหนี้กับลูกหนี้ในคดีล้มละลายไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันอันเป็นมูลหนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย ถ้าหากผู้ขอรับชำระหนี้เห็นว่าตนได้รับความเสียหายสืบเนื่องมาจากการไม่ได้รับโอนที่ดินเพราะเหตุศาลพิพากษาให้เพิกถอน ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอาจากผู้ขายซึ่งมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาซื้อขายที่ดินกันโดยตรง ไม่ใช่มาใช้สิทธิเรียกร้องขอรับชำระหนี้เป็นค่าเสียหายจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2526
นางฉวี ทัศนปรีดา โจทก์
นายสุทิน กลับเจริญ กับพวก จำเลย
นางสุวรรณี หริตวร ผู้ขอรับชำระหนี้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางฉวี ทัศนปรีดา · จำเลย - นายสุทิน กลับเจริญ กับพวก · ผู้ขอรับชำระหนี้ - นางสุวรรณี หริตวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา