⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1474/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนำสิทธิตามตราสารใบรับฝากเงินประจำเพื่อเป็นประกันหนี้ ทำให้ธนาคารผู้รับจำนำมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับลูกหนี้ได้ตามกฎหมายล้มละลาย แม้จะเป็นเวลาหลังพิทักษ์ทรัพย์แล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญากับธนาคารผู้คัดค้านไว้ว่า จำเลยยอมมอบเงินฝากประจำของจำเลยพร้อมด้วยใบรับฝากไว้เป็นหลักประกันหนี้ของจำเลยต่อธนาคาร ถ้าจำเลยผิดสัญญายอมให้ธนาคารผู้คัดค้านนำเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวชำระหนี้ได้ทันทีและตราบใดที่ธนาคารยังไม่ได้รับชำระหนี้ จำเลยจะไม่ถอนเงินฝากและจะไม่กระทำการใดให้เป็นการเสื่อมสิทธิในหลักประกัน หนังสือสัญญา ดังกล่าวเป็นการจำนำสิทธิตามตราสารใบรับฝากเงินประจำของจำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่มีต่อธนาคารผู้คัดค้านตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา747, 750 ธนาคารผู้คัดค้านเป็นผู้รับจำนำสิทธิตามตราสารนั้น จึงเป็นเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 95 และมาตรา 110 วรรคสาม สิทธิซึ่งจำนำตามตราสารใบรับฝากเงินเป็นมูลหนี้ซึ่งต้องชำระเป็นเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 754 วรรคสอง จำเลยได้ตกลงกับธนาคารผู้คัดค้านให้หักเงินฝากของจำเลยชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องนำไปขายทอดตลาดเพื่อบังคับจำนำธนาคารผู้คัดค้านจึงมีสิทธิหักเงินฝากประจำของจำเลยซึ่งจำนำต่อธนาคารไว้นั้นเอาชำระหนี้ธนาคารได้ในฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน ธนาคารผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยอยู่ก่อนพิทักษ์ทรัพย์ มีสิทธิหักกลบลบหนี้กับจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา 102 โดยไม่จำต้องอาศัยความยินยอมของจำเลย และสิทธิในการขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรานี้ย่อมกระทำได้แม้จะเป็นเวลาหลังพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอเพิกถอนการหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 115 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2453/2527 ประชุมใหญ่)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.747 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.750 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.754 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.764 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.95 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.102 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.110 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลได้พิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด เป็นเงินสี่ล้านบาทเศษ ต่อมาธนาคารได้ถอนเงินฝากประจำของจำเลยบางส่วนไปชำระหนี้แก่ธนาคาร ซึ่งเป็นการกระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายโดยมุ่งหมายให้ธนาคารได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าว ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด คัดค้านว่า การถอนเงินฝากประจำของจำเลยที่ ๑ มาหักชำระหนี้ได้กระทำโดยสุจริตตามสิทธิในหนังสือสัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำไว้ต่อธนาคาร โดยธนาคารถือว่าเงินฝากดังกล่าวเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ ที่มีต่อธนาคาร ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะทำหนังสือสัญญาไว้แก่ธนาคารผู้คัดค้านก่อนถูกฟ้องล้มละลายถึง ๘ เดือนเศษ แต่การปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นเพิ่งจะกระทำกันในระยะ ๓ เดือนก่อนจำเลยที่ ๑ ถูกฟ้อง จึงถือว่าจำเลยที่ ๑ยินยอมให้ถอนเงินมาชำระหนี้ในระหว่างระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนมีการขอให้ล้มละลายโดยมุ่งหมายให้ธนาคารผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้เพิกถอนได้ พิพากษากลับให้ธนาคารผู้คัดค้านคืนเงินแก่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ธนาคารผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญากับธนาคารผู้คัดค้านไว้เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๙ ว่า เพื่อเป็นหลักประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ ที่มีต่อธนาคารผู้คัดค้าน จำเลยที่ ๑ ยอมมอบเงินฝากตามบัญชีเลขที่ ๑๐๙๓/๒๕๑๘ ดังกล่าวพร้อมด้วยหลักฐานการฝากเงิน คือใบรับฝากประจำจำนวนเงิน ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาทนั้นไว้เป็นหลักประกันต่อธนาคาร ถ้าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจนต้องเป็นหนี้หรือถูกฟ้องล้มละลายหรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ยอมให้ธนาคารผู้คัดค้านนำเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวชำระหนี้ได้ทันทีและตราบใดที่ธนาคารยังไม่ได้รับชำระหนี้ ตราบนั้นจำเลยที่ ๑ จะไม่ถอนเงินฝากประจำของตนเป็นอันขาดและจะไม่ทำการใดให้เป็นการเสื่อมสิทธิในหลักประกันดังกล่าว หนังสือสัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำกับธนาคารผู้คัดค้านไว้ดังกล่าวแล้วนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการจำนำสิทธิตามตราสารใบรับฝากเงินประจำของตนต่อธนาคารไว้เพื่อเป็นประกันหนี้ของตนที่มีต่อธนาคารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๗๔๗, ๗๕๐ ธนาคารผู้คัดค้านเป็นผู้รับจำนำสิทธิตามตราสารนั้นจึงถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันนั้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๑๐ วรรคสาม อนึ่งโดยที่สิทธิซึ่งจำนำตามตราสารใบรับฝากเงินนี้เป็นมูลหนี้ซึ่งต้องชำระเป็นเงินทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๕๔ วรรคสอง จำเลยที่ ๑ จึงได้ตกลงกับธนาคารผู้คัดค้านให้หักเงินฝากของตนชำระหนี้ธนาคารได้เลยโดยไม่มีความจำเป็นต้องนำเงินนั้นไปขายทอดตลาดเพื่อบังคับจำนำตามมาตรา ๗๖๔ วรรคสอง อีก ศาลฎีกาจึงเห็นว่า ธนาคารผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิหักเงินฝากประจำของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำนำต่อธนาคารไว้นั้นเอาชำระหนี้ธนาคารได้ในฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกันโดยสมบูรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่ธนาคารใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนจำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องล้มละลายเกิดจากความยินยอมของลูกหนี้ที่มุ่งหมายให้เปรียบแก่ธนาคารผู้คัดค้านนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะธนาคารผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ อยู่ก่อนพิทักษ์ทรัพย์นั้นย่อมมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับจำเลยได้ตามมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ อยู่แล้วโดยไม่จำต้องอาศัยความยินยอมของจำเลยแต่ประการใด และสิทธิของเจ้าหนี้ในการขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา ๑๐๒ นี้ย่อมกระทำได้แม้จะเป็นเวลาหลักพิทักษ์ทรัพย์ก็ตาม ดังที่ศาลฎีกาเคยประชุมใหญ่วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๕๓/๒๕๒๗ ระหว่าง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงใสไม้เหรียญทอง (จำเลย) ผู้ร้อง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้คัดค้านฉะนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีสิทธิของเพิกถอนการหักกลบลบหนี้รายนี้ของธนาคารตามมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2528 นายเจริญ ศรีสมบูรณานนท์ โจทก์ บริษัทธเนศพร จำกัด กับพวก จำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ ศรีสมบูรณานนท์ · จำเลย - บริษัทธเนศพร จำกัด กับพวก · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1441/2505ฎีกา 106/2536ฎีกา 4101/2539ฎีกา 662/2525ฎีกา 449/2519ฎีกา 4853/2551ฎีกา 979/2501ฎีกา 1636/2534ฎีกา 2587/2533ฎีกา 3327/2566ฎีกา 597/2513ฎีกา 4278/2534ฎีกา 8304/2559ฎีกา 6967/2537ฎีกา 342/2505ฎีกา 2647/2566ฎีกา 200/2496ฎีกา 3599/2530ฎีกา 4500/2565ฎีกา 7732/2552ฎีกา 3407/2530ฎีกา 3332/2559ฎีกา 3396/2527ฎีกา 1612/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา