⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 979/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2501

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานยักยอกระบุการกระทำที่เป็นความผิดเฉพาะแต่ตอนที่ว่า "เจ้าทรัพย์ได้ไปขอไถ่แหวนเพชรที่จำนำจำเลยไว้จำเลยไม่ยอมให้ไถ่" เช่นนี้ ไม่เป็นการแสดงว่าจำเลยเบียดบังที่จะเอาทรัพย์(แหวน เพชร) นั้นเป็นของตนโดยทุจริต หากเป็นแต่เพียงแสดงว่าจำเลยผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น ส่วนข้อความที่บรรยายในฟ้องตอนต้นที่ว่า "จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาแหวนเพชร ซึ่งได้รับจำนำไว้เป็นประโยชน์ของตนเสีย" นั้น เป็นเพียงข้อความที่แสดงเจตนาของจำเลยว่าจะยักยอกทรัพย์เท่านั้น หาใช่การกระทำไม่ เมื่อฟ้องของโจทก์ระบุการกระทำผิดแต่เพียงว่าเจ้าทรัพย์ได้ไปขอไถ่แหวนเพชรที่จำนำจำเลยไว้ จำเลยไม่ยอมให้ไถ่เช่นนี้ โจทก์จะนำสืบถึงการกระทำอย่างอื่นเพื่อแสดงว่าจำเลยเบียดบังเอาแหวนเพชร เป็นของตนก็ย่อมไม่ได้ เพราะเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เมื่อฟ้องของโจทก์แม้จะสืบได้ความก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.182 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.747

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๕ มี.ค.๒๕๐+ เวลากลางวัน จำเลยได้รับจำนำแหวน เพชร ๑ วงราคา ๑,๒๐๐ บาทของนางกิมเอ็งไว้เป็นเงิน ๑๕๐ บาท ในระหว่างวันที่ ๒๕ มี.ค.๒๕๐๐ ถึงวันที่ ๒๒ ก.ค. ๒๕๐๐ เวลาไม่ปรากฎจำเลยบังอาจมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาแหวนเพชรดังกล่าวเป็นประโยชน์ของตนเสียโดยเมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค. ๒๕๐๐ นางกิมเอ็งได้ไปไถ่คืน แล้วจำเลยไม่ยอมให้ไถ่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้ว เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่บริบูรณ์ที่จะลงโทษจำเลยในทางอาญา จึงพิพากษายกฟ้อง โดยไม่ต้องสืบพยาน ตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ และ ๑๖๑ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องของโจทก์มีข้อความครบถ้วนอันเป็นเกณฑ์องค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แล้ว ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์จำเลยนำพยานสืบตามฟ้องและข้อต่อสู้แล้วให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ระบุการกระทำที่เป็นความผิดเฉพาะแต่ตอนที่ว่า "เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค.๒๕๐๐ นางกิมเอ็งได้ไปขอไถ่ (แหวน เพชร) คืนแล้วจำเลยไม่ยอมให้ไถ่ เท่านั้น ข้อความดังกล่าวหาได้แสดงให้เห็นว่าเป็นการเบียดบังของจำเลยที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริตไม่ แต่หากเป็นเพียงแสดงว่าจำเลยผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น ส่วนข้อความในตอนต้นที่ว่า "จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาแหวน เพชรซึ่งได้รับจำนำไว้เป็นประโยชน์ของตนเสีย " นั้น เป็นเพียงข้อความแสดงเจตนาของจำเลยที่จะยักยอกทรัพย์ต่างหากหาใช่การกระทำไม่ และเมื่อฟ้องของโจทก์ระบุการกระทำผิดแต่เพียงว่า นางกิมเอ็งได้ไปขอไถ่แล้วจำเลยไม่ยอมให้ไถ่ การที่โจทก์จะนำสืบถึงการกระทำอย่างอื่นเพื่อแสดงว่าจำเลยเบียดบังเอาแหวนเพชรเป็นของตนก็ย่อมไม่ได้ เพราะเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เมื่อฟ้องของโจทก์แม้จะสืบได้ความ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ดังนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้น พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ดังศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2501 อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นางง้อ หรือสาคร แซ่ตั๊น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นางง้อ หรือสาคร แซ่ตั๊น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · สารรักษ์ประนาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายชลัม รุทระวณิช · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2709/2538ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 5957/2530ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา