คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เพื่อชำระภาษีอากรที่ค้างอยู่ จะมีผลสมบูรณ์เมื่อได้ขายทอดตลาดทรัพย์นั้นแล้ว หากเจ้าพนักงานยังไม่ได้ขายทอดตลาด แต่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ก่อน ทรัพย์ที่ถูกยึดนั้นจะตกเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้ตามกฎหมายล้มละลาย
ย่อคำพิพากษา
อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายล้มละลาย ฉะนั้น การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระค่าภาษีอากรที่ค้าง แต่ยังไม่ทันได้ขาย จำเลยได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เสียก่อนเช่นนี้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นจึงยังคงอยู่แก่จำเลย และเป็นทรัพย์ที่จำเลยมีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายซึ่งตามกฎหมายย่อมเป็นทรัพย์ที่อาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ไม่มีทางที่จะถือได้ว่าทรัพย์นั้นได้ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงต่อศาลขอให้บังคับผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครส่งมอบทรัพย์ของจำเลย ซึ่งต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครคัดค้านว่า จำเลยได้ค้างชำระค่าภาษีเงินได้ จึงยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อจัดการขายทอดตลาดนำเงินมาชำระค่าภาษีอากรที่ค้าง ตามอำนาจที่ให้ไว้ในมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากรจึงขอให้ศาลงดการบังคับให้ส่งมอบทรัพย์ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครส่งมอบทรัพย์แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อจะได้นำมาจัดการตามกฎหมายล้มละลายต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าประมวลรัษฎากรจะให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการในการสั่งยึดและขายทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ค้างชำระค่าภาษีอากรจนถึงกับใช้ยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ในเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำสั่งของศาลยังใช้ยันไม่ได้แล้ว ก็จะต้องบัญญัติไว้ให้ชัดแจ้งในประมวลรัษฎากรด้วย เมื่อไม่ได้บัญญัติไว้ ก็ไม่มีทางจะแปลไปได้ ดังที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครยกขึ้นคัดค้าน และต้องถือว่าอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 นั้นอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายล้มละลายด้วย และแม้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครได้ใช้อำนาจยึดทรัพย์นั้นมาไว้ในครอบครองของเจ้าหน้าที่ของจังหวัดแล้วก็ตามกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นก็ยังคงอยู่กับจำเลยตามเดิม ยังหามีอะไรมาปลดเปลื้องเอากรรมสิทธิ์ไปจากจำเลยแล้วไม่ ย่อมได้ชื่อว่าทรัพย์นั้นลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตามความหมายในมาตรา 109(1) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งให้ถือว่าเป็นทรัพย์ในคดีล้มละลายที่อาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้เหมือนกัน และไม่มีทางจะถือได้แต่อย่างใดว่าทรัพย์นั้นได้ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว ฎีกาของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2506
นางลี่ชุน แซ่เจีย โจทก์
นายแป๊ะคี้ แซ่ตั้ง หรือฉ่าง แซ่ตั้ง หรือซ้งหรือ จำเลย
ขั้น แซ่ฉั่น จำเลย
ผู้แถลงคัดค้าน จำเลย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลี่ชุน แซ่เจีย · จำเลย - นายแป๊ะคี้ แซ่ตั้ง หรือฉ่าง แซ่ตั้ง หรือซ้งหรือ · จำเลย - ขั้น แซ่ฉั่น · จำเลย - ผู้แถลงคัดค้าน · จำเลย - ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา