คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้รับมอบทองรูปพรรณไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงิน แม้จะเป็นการจำนำที่บังคับได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่หากเงินที่ได้จากการบังคับจำนำไม่พอชำระหนี้เงินกู้ เจ้าหนี้จะฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ส่วนที่ขาดไม่ได้ หากไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญ
ย่อคำพิพากษา
เอาเงินเขาไปแล้วมอบทองรูปพรรณให้ไว้เป็นประกันนั้น แม้การมอบทองรูปพรรม์ให้ไว้จะเป็นจำนำ ซึ่งอาจบังคับ
กันได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ดี แต่ถ้าได้บังคับจำนำกันแล้ว ได้เงินไม่พอชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จึง
ต้องมาฟ้องร้องขอให้บังคับชำระเงินที่ยังขาดอยู่แล้ว ก็เท่ากับฟ้องร้องให้ชำระหนี้เงินที่กู้ยืมไปนั่นเอง ถ้ามิได้มีหลัก
ฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญแล้ว ก็จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้./
(ประชุมใหญ่)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำสิ่งของทองรูปพรรณณ์มาจำนำไว้แก่โจทก์ แล้วบ่ายเบี่ยงไม่ชำระเงิน จนโจทก์ต้องขายทอด
ตลาดทองรูปพรรณ์ของจำเลยที่จำนำไว้ เพื่อชดใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย ได้เงิน ๓๘-๒๐ บาท เงินต้นและดอกเบี้ยที่จำเลย
ต้องชำระเป็นเงิน ๕๙๓๖ บาท หักแล้วจำเลยยังต้องชำระให้โจทก์อีก ๑๑๘๐ บาท ดอกเบี้ย ๙๓๖ บบาท ๖๖ สตางค์ จำเลยเพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระ.
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินที่ค้างแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยเอาทองรูปพรรณ์มาจำนำรับเอาเงินของโจทก์ไปนั้น เป็นนิติกรรม ๒ นิติกรรมควบกันไปคือ
นิติกรรมกู้ยืม กับนิติกรรมค้ำประกันหนี้ด้วยสังหาริมทรัพย์ เรีย+ตามกฎหมายว่า จำนำ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน
ที่ยังขาดในคดีนี้ เป็นการฟ้องขอให้ชำระหนี้เงินกู้ยืมบางส่วน เมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ฟ้องร้องไม่ได้ พิพากษาแก้
ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า สำหรับกรณีนี้ปรากฎว่า จำเลยเอาเงินของโจทก์ไป ๕๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑
บาท ๒๕ สตางค์ มอบทองรูปพรรณ์ ๙ สิ่งไว้เป็นประกัน ฉะนั้นแม้การมองทองรูปพรรณให้ไว้จะเป็นจำนำ ซึ่งอาจบังคับกันได้โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ดี แต่เมื่อโจทก์บังคับจำนำนั้นไปแล้ว การที่จะมาฟ้องร้องขอให้บังคับ
ให้จำเลยชำระเงินที่ยังขาดอยู่ ก็เท่ากับฟ้องร้องขอให้ชำระหนี้เงินที่กู้ยืมกันไป นั่นเอง มูลหนี้ในเรื่องการกู้ยืมเงินนั้น
มาตรา ๖๕๓ บังคับไว้ว่าเมื่อกว่า ๕๐ บาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือแล้ว จะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ การฟ้อง
ของโจทก์ในดคนี้ เป็นการฟ้องจำเลยในฐานเป็นลูกหนี้เงินกู้ จำนำ เพราะการจำนำได้สิ้นสุดแล้วด้วยการบังคับ
ดังกล่าวแล้ว สิทธิฟ้องของโจทก์จึงหามีไม่ใช่ฟ้องในฐานะคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2496
นางทองพูน แซ่เตีย โจทก์
นายเต็ก โกศลศักดิ์ ที่ 1, นางศรีนวล โกศาลศักดิ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองพูน แซ่เตีย · จำเลย - นายเต็ก โกศลศักดิ์ ที่ 1, นางศรีนวล โกศาลศักดิ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายไสว เสนาขัณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา