⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1814/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้หักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าปรับตามสัญญาที่ลูกหนี้ผิดนัด ไม่ถือเป็นการกระทำหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น แม้จะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ลูกหนี้ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างตึกพร้อมครุภัณฑ์โดยมีข้อสัญญาว่า หากลูกหนี้ก่อสร้างไม่เสร็จภายในกำหนดเวลา ยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวัน วันละ 2,500 บาท และผู้ว่าจ้างมีอำนาจยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนได้ ปรากฏว่าลูกหนี้ผิดสัญญาก่อสร้างล่าช้าไป ซึ่งต้องถูกปรับ ผู้ว่าจ้างจึงหักเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายที่จะจ่ายให้ลูกหนี้ไว้เป็นค่าเบี้ยปรับตามสัญญา ทั้งนี้ภายในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ลูกหนี้ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างขอให้ระงับการปรับแต่ผู้ว่าจ้างไม่ยินยอม แม้ลูกหนี้จะยอมทำหลักฐานให้ผู้ว่าจ้างไว้ว่าได้รับเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายครบถ้วนเต็มจำนวนแล้วก็ถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้ว่าจ้างเจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฯยื่นคำร้องว่า คดีนี้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่างจำเลยลูกหนี้แล้ว ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กักเงิน ๔๖๕,๐๐๐ บาทของลูกหนี้ไว้เพื่อริบเป็นเบี้ยปรับฐานผิดสัญญารับเหมาก่อสร้างซึ่งลูกหนี้รับจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อสร้างตึกชีววิทยาการกระทำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อลูกหนี้ดังกล่าวเป็นการกระทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบโดยกระทำในระยะเวลา ๓ เดือนก่อนมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการริบเงินที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กระทำต่อลูกหนี้ และให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแล้วพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่ผู้ร้อง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านต่อสู้ว่า ลูกหนี้ผิดสัญญาก่อสร้างตึกชีววิทยาพร้อมครุภัณฑ์เสร็จล่าช้า ๑๘๖ วัน ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามสัญญาวันละ ๒,๕๐๐ บาท รวม ๔๖๕,๐๐๐ บาท ผู้คัดค้านจึงปรับ โดยยึดและหักจากเงินที่จำเลยผู้ล้มละลายจะได้รับจากค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกหนี้ได้ทราบการสั่งปรับนั้นแล้ว และผู้คัดค้านได้นำเงินที่ปรับส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินไปแล้ว การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งทำไว้ก่อนลูกหนี้จะตกเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือถูกฟ้องล้มละลาย ทั้งมิใช่เป็นการที่ลูกหนี้กระทำเองหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบจะเรียกให้เพิกถอนหาได้ไม่ ชั้นพิจารณาทั้งสองฝ่ายแถลงรับข้อเท็จจริงกันและต่างไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลูกหนี้ได้คัดค้านการรับเงินรายนี้ต่อผู้คัดค้าน จึงถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ข้อเท็จจริงตามที่รับกันฟังได้ว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาจ้างห้างลูกหนี้ก่อสร้างตึกชีววิทยาพร้อมครุภัณฑ์เป็นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาข้อ ๒ กำหนดไว้ว่าผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างรวม ๗ งวด งวดที่ ๗ เงิน๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทจะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างก่อสร้างเสร็จ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๘ และตามสัญญาข้อ ๕ มีว่าถ้าผู้รับจ้างทำการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวัน วันละ ๒,๕๐๐ บาท ปรากฏว่าผู้รับจ้างส่งงานงวดสุดท้ายเลยกำหนดเวลาตามสัญญา ๑๘๖ วัน ผู้คัดค้านจึงปรับและมีหนังสือลงวันที่ ๑๓กรกฎาคม ๒๕๐๙ ถึงผู้จัดการห้างลูกหนี้แจ้งว่า เงินค่าจ้างงวดที่ ๗นี้ ผู้คัดค้านได้กักเงินค่าปรับไว้ ๔๖๕,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๑๔ตุลาคม ๒๕๐๙ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ลูกหนี้จะทำหลักฐานให้ไว้แก่ผู้คัดค้านเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๐๙ ว่า ลูกหนี้ได้รับเงินจากผู้คัดค้านจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างงวดที่ ๗ แล้วก็ดี แต่ตามสัญญาข้อ ๒ มีความว่า เงินงวดที่ ๗ นี้ผู้คัดค้านจะจ่ายให้ลูกหนี้ผู้รับจ้างเมื่อก่อสร้างเสร็จตามสัญญาและคณะกรรมการได้ตรวจรับงานแล้วปรากฏว่าลูกหนี้ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จจนเลยกำหนดตามสัญญาถึง ๑๘๖วัน ผู้คัดค้านจึงปรับวันละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๖๕,๐๐๐ บาท ลูกหนี้ได้มีหนังสือถึงรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยผู้คัดค้านขอความเห็นใจให้ระงับการปรับ แสดงว่าลูกหนี้ได้ทำงานเลยกำหนดเวลาจริง ตามสัญญาจ้างข้อ ๕ มีความว่า เมื่อผู้รับจ้างผิดสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างมีอำนาจที่จะยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อลูกหนี้ก่อสร้างจนล่วงเลยกำหนดเวลาตามสัญญาจ้างแล้วผู้คัดค้านก็ย่อมมีสิทธิที่จะหักเงินไว้เป็นค่าปรับก่อนที่จะจ่ายค่าจ้างให้ลูกหนี้ได้ และตามข้อเท็จจริงที่ได้ความฟังไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้ยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยแห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2511 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลซิ้นเชียงหลี กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่าง จำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยดร.บัวเรศ คำทอง รองอธิการบดี ผู้ร้องคัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลซิ้นเชียงหลี กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่าง · ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่าง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ · ผู้ร้องคัดค้าน - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยดร.บัวเรศ คำทอง รองอธิการบดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · โกวิท ถิระวัฒน์ · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1674/2539ฎีกา 2571/2529ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5470/2537ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1008/2548ฎีกา 2385/2523ฎีกา 3295/2533ฎีกา 5884/2541ฎีกา 233/2536ฎีกา 597/2513ฎีกา 399/2536ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2365/2536ฎีกา 246/2522ฎีกา 6967/2537ฎีกา 2669/2524ฎีกา 973/2529ฎีกา 1448/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา