⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2669/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2669/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ซื้อยอมผ่อนปรนให้ผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินภายหลังกำหนดเวลา ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้หากผู้ขายยังคงแสดงให้เห็นว่าไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ และมีสิทธิริบหลักประกันและเรียกเบี้ยปรับได้ตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาข้อ 8 เมื่อผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้ออาจบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ขายยังอาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้หรือไม่ ส่วนข้อ 9 ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายยังอาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ จึงยอมให้ผู้ขายส่งของเมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งมอบตามสัญญาได้แต่ผู้ขายจะต้องถูกปรับเป็นรายวัน นับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันส่งมอบเรียบร้อยเมื่อผู้ซื้อยอมผ่อนปรนให้เช่นนี้แล้ว ถ้าผู้ขายยังทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อก็ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาดังนี้ เมื่อผู้ซื้อผิดสัญญาโดยส่งของไม่ถูกต้อง ผู้ซื้อก็แจ้งให้ผู้ขายนำของไปเปลี่ยนถึง 3 ครั้ง แสดงว่าผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8 แต่ยอมให้ผู้ขายส่งมอบของได้แม้พ้นกำหนดเวลาแล้ว ซึ่งผู้ขายก็ไม่อาจจัดหาของมาส่งมอบได้ ผู้ซื้อจึงบอกเลิกสัญญา รูปคดีต้องปรับด้วยข้อ 9 ผู้ซื้อมีสิทธิริบหลักประกันและเรียกร้องเอาเงินค่าปรับเป็นรายวันจากผู้ขายได้ ส่วนจำนวนเบี้ยปรับนั้น เมื่อผู้ขายได้รับแจ้งว่าส่งของไม่ถูกต้องตามสัญญาก็มีหนังสือถึงผู้ซื้อขอยกเลิกสัญญาและยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ ผู้ซื้อไม่เลิกสัญญาโดยแจ้งว่าของมีขายในท้องตลาด ให้ปฏิบัติตามสัญญา ผู้ขายขอเลิกสัญญาทุกครั้งที่ผู้ซื้อเตือนดังนี้ผู้ซื้อหาควรฝืนใจผู้ขายให้ปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกไม่น่าจะอนุมัติเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ จึงสมควรให้ผู้ซื้อได้รับเบี้ยปรับตั้งแต่วันที่ผู้ขายผิดสัญญาจนถึงวันที่ผู้ซื้อได้รับหนังสือขอยกเลิกสัญญาจากผู้ขาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.371 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายสายพานให้แก่โจทก์ โดยจะส่งมอบภายใน ๒๔๐ วัน นับจากวันทำสัญญา หากจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของหรือส่งมอบสิ่งของไม่ถูกต้องโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและจำเลยยอมให้โจทก์ริบหลักประกันแต่ถ้าโจทก์ยังไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญา จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒ ของราคาสิ่งของที่ยังมิได้ส่งมอบนับแต่วันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ส่งมอบถูกต้องครบถ้วน ถ้าโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้โจทก์จะใช้สิทธิเลิกสัญญาและริบหลักประกันนอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้ จำเลยส่งมอบสายพานไม่ตรงตามชนิดที่ระบุในสัญญาโจทก์จึงไม่ยอมรับและมีหนังสือเตือนจำเลยให้ส่งมอบของให้ถูกต้องตามสัญญาอีกหลายครั้งจำเลยก็อ้างเหตุขัดข้องต่าง ๆ ทั้งขอแก้เงื่อนไขสัญญาตลอดมา เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ จึงบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันและเตือนจำเลยให้ชำระเงินค่าปรับร้อยละ ๐.๒ ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่งมอบจำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าปรับแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเพราะได้ส่งมอบสินค้าให้โจทก์แล้วสิ่งของที่ส่งมอบมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา โจทก์พยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ได้ค่าปรับมากขึ้น หากโจทก์ยอมเลิกสัญญาตามหนังสือขอร้องของจำเลยจำเลยจะถูกปรับเป็นเงินไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง อย่างไรก็ตามเมื่อโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินประกันแล้วก็ไม่ควรเรียกค่าปรับอีก ขอให้พิพากษายกฟ้อง ในวันนัดสืบพยาน โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันบางประการแล้วขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า เมื่อโจทก์ริบเงินมัดจำแล้วจะยังมีสิทธิเรียกเอาค่าปรับเป็นรายวันตามสัญญาได้อีกหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์เลือกเอาการบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาเงินค่าปรับเป็นรายวัน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ริบเงินมัดจำและเรียกเงินค่าปรับเป็นรายวันได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้าโจทก์เรียกเอาเงินค่าปรับรายวันก่อนแล้วเห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาได้ จึงอาจบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันได้เมื่อโจทก์มิได้เรียกเอาเงินค่าปรับเป็นรายวันก่อน จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาเงินค่าปรับเป็นรายวันภายหลัง พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาข้อ ๘ เมื่อผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้ออาจบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ขายยังอาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้หรือไม่ส่วนข้อ ๙ ผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายยังอาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ จึงยอมให้ผู้ขายส่งของเมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งมอบตามสัญญาได้ แต่ผู้ขายจะต้องถูกปรับเป็นรายวัน นับตั้งแต่วันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันส่งมอบของเรียบร้อย เมื่อผู้ซื้อยอมผ่อนปรนให้เช่นนี้แล้วถ้าผู้ขายยังทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อก็ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ความแตกต่างระหว่างข้อ ๘ กับข้อ ๙ อยู่ที่ว่า ข้อ ๘ ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยไม่ยอมผ่อนปรนให้ผู้ขาย ส่วนข้อ ๙ ผู้ซื้อได้ยอมผ่อนปรนให้ผู้ขายแล้ว แต่ผู้ขายทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา สำหรับกรณีระหว่างโจทก์จำเลยได้ความว่า เมื่อจำเลยผิดสัญญาโดยส่งของไม่ถูกต้อง โจทก์ก็แจ้งให้จำเลยนำของไปเปลี่ยนถึง ๓ ครั้ง แสดงว่าโจทก์ไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๘ แต่ยอมให้จำเลยส่งมอบของได้แม้พ้นกำหนดเวลาแล้วซึ่งจำเลยก็ไม่อาจจัดหาของตามที่ระบุไว้ในสัญญามาส่งมอบได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญารูปคดีต้องปรับด้วยสัญญาข้อ ๙ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาเงินค่าปรับเป็นรายวันจากจำเลยได้ ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์ควรจะได้รับเบี้ยปรับเป็นจำนวนเงินเท่าใด ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่างวินิจฉัย ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับหนังสือแจ้งว่าส่งของไม่ถูกต้องตามสัญญาก็ชี้แจงให้โจทก์ทราบว่าเกิดการเข้าใจผิดในเรื่องสินค้าระหว่างบริษัทผู้ผลิตกับจำเลย จำเลยขอยกเลิกสัญญาโดยยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ โจทก์ไม่เลิกสัญญาตามที่จำเลยขอกลับตอบว่าของมีขายในท้องตลาดให้ปฏิบัติตามสัญญา จำเลยหาซื้อแล้วแต่ของไม่มีขาย สอบถามถึงสถานที่ที่มีขายก็ไม่ปรากฏคำตอบจากโจทก์ จำเลยยืนยันขอยกเลิกสัญญาทุกครั้งที่โจทก์เตือน ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยแจ้งว่าไม่อาจปฏิบัติตามสัญญา ขอรับผิดตามเงื่อนไขของสัญญาแล้ว โจทก์หาควรฝืนใจจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกไม่ น่าจะอนุมัติเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือจึงสมควรลดเบี้ยปรับให้จำเลย คงปรับตั้งแต่วันที่จำเลยผิดสัญญาจนถึงวันที่หนังสือขอยกเลิกสัญญาของจำเลยถึงโจทก์ พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ ตั้งแต่วันที่จำเลยผิดสัญญาจนถึงวันที่หนังสือขอยกเลิกสัญญาของจำเลยถึงโจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2669/2524 กรมชลประทานฯ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามอุปกรณ์ฯ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทานฯ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามอุปกรณ์ฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศักดิ์ อุตตโม · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 1471/2542ฎีกา 2821/2522ฎีกา 8688/2551ฎีกา 560/2553ฎีกา 231/2482ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 615/2531ฎีกา 233/2536ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 246/2522ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1723/2551ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2752/2522ฎีกา 2591/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา