คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5284/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนที่เหลือจนครบถ้วน หากเจ้าของขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้วยังไม่คุ้มราคา ถือเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ ไม่ใช่การกำหนดค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ล่วงหน้าในกรณีเลิกสัญญา
ย่อคำพิพากษา
ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่ว่า ถ้าเจ้าของขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้ว ยังไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่จะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อกับค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้เจ้าของจนครบถ้วนตามสัญญานั้นเป็นวิธีการกำหนดจำนวนค่าเสียหาย มิใช่เป็นข้อตกลงที่เป็นข้อกำหนดค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ล่วงหน้าในกรณีเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม แต่มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับกันไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อโดยไม่ชำระค่าเช่าซื้อทำให้โจทก์เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 7,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามสัญญาข้อ 10 ได้กำหนดว่า ถ้าเจ้าของขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้ว ยังไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่จะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อกับค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้เจ้าของจนครบถ้วนตามสัญญา ฉะนั้นค่าเสียหายที่โจทก์ขายรถได้ราคาไม่ครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นการบังคับตามสัญญามิใช่เรียกร้องเอาเบี้ยปรับดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้น เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1ที่ว่า ถ้าโจทก์ขายรถยนต์ได้ราคาไม่ครบถ้วนตามจำนวนราคาค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระทั้งหมด จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้เงินที่ขาดจนครบนั้นเป็นวิธีการกำหนดจำนวนค่าเสียหายมิใช่เป็นข้อตกลงที่เป็นข้อกำหนดค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ล่วงหน้าในกรณีเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 วรรคสอง แต่มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับกันไว้นั้นชอบแล้ว ถึงแม้โจทก์จะเรียกร้องค่าเสียหายที่โจทก์ขายรถได้ราคาไม่ครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้โจทก์จนครบถ้วนอันเป็นข้อตกลงตามสัญญาข้อ 10 เมื่อข้อสัญญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว แต่โจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่าโจทก์มีสิทธิได้เบี้ยปรับคงเรียกร้องค่าเสียหายที่จำเลยยินยอมตกลงตามสัญญาศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5284/2531
บริษัท สยาม ราษฎร์ลีสซิ่ง จำกัด โจทก์
นาย สำเริง ประดิษฐ์ ทอง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท สยาม ราษฎร์ลีสซิ่ง จำกัด · จำเลย - นาย สำเริง ประดิษฐ์ ทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · เดชา สุวรรณโณ · นาม ยิ้มแย้ม |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ