คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความใช้คำว่า "หรือ" ให้ตีความตามความหมายของคำว่า "หรือ" นั้น โดยให้ถือเอาเงื่อนไขที่เกิดขึ้นก่อนเป็นที่สิ้นสุดแห่งการชำระหนี้ และให้คิดคำนวณเป็นรายบุคคลไป
ย่อคำพิพากษา
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลมีคำพิพากษาตามยอมมีข้อความว่า "จำเลยยอมรับผิดชำระเงินค่าอุปการะเลี้ยงดู และค่าศึกษาเล่าเรียนให้แก่บุตรทั้งสองคือ เด็กชาย อ.และเด็กชาย พ. เป็นเงินจำนวนเดือนละ 16,000 บาทโดยจำเลยยินยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่บุตรทั้งสองคนจนกว่าจะเรียนจบชั้นปริญญาตรี หรือบรรลุนิติภาวะ" ดังนี้ เมื่อสัญญาใช้คำว่า "หรือ" จำเลยต้องชำระเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าศึกษาเล่าเรียนสำหรับบุตรทั้งสองคนละ 8,000 บาท ต่อเดือนจนกว่าบุตรคนใดคนหนึ่งจะจบชั้นปริญญาตรีหรือบรรลุนิติภาวะในกรณีหนึ่งกรณีใดที่มาถึงก่อนแก่โจทก์จึงจะเป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุตร โดยให้คิดคำนวณสำหรับบุตรเป็นรายบุคคลไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสายสุนีย์ วัชรสุวรรณเสรี (เทือกทิพย์) · จำเลย - นายไชยรัตน์ วัชรสุวรรณเสรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ตังคจิวางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน · สมชัย เกษชุมพล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานีแผนกคดีเยาวช - นายมนัส ซอศรีสาคร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปรีดา พูนคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา