คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งดำเนินกิจการในฐานะธนาคารกลางเพื่อประโยชน์สาธารณะ ย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ย่อคำพิพากษา
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นธนาคารกลางในการปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐดำเนินกิจการควบคุมการเงินและการคลังของรัฐให้ถูกต้อง เหมาะสมและมีเสถียรภาพ ธุรกิจที่ธนาคารนี้ประกอบก็กระทำไปในฐานะธนาคารกลาง มิได้เป็นการแข่งขันกับ ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น หากจะมีกำไรบ้างก็ เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้นถือไม่ได้ว่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจจึงได้รับยกเว้นมิต้อง อยู่ภายใต้บังคับประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.1 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ม.12 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ม.13 พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ม.5 พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ม.28
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า วัตถุประสงค์ของจำเลยมิใช่แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ ได้รับยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่มิให้ใช้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฯ โจทก์จึงเรียกร้องค่าชดเชยจำเลยไม่ได้ เมื่อโจทก์เกษียณอายุจำเลยได้จ่ายเงินสะสม บำเหน็จบำนาญ และโบนัส ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินใด ๆ จากจำเลยอีกขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ธนาคารจำเลยจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕ เพื่อให้เป็นธนาคารกลางในการปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐ ดำเนินกิจการควบคุมการเงินและการคลังของรัฐให้ถูกต้องเหมาะสมและมีเสถียรภาพ กิจการที่ได้รับมอบหมายให้กระทำคือรับมอบการออกจากธนบัตรจากกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังมีธรุกิจประเภทที่พึงเป็นงานของธนาคารกลางประกอบได้ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕มาตรา ๑๒ อีกหลายประการ ตั้งแต่อนุมาตรา ๑ ถึงอนุมาตรา ๑๙ แต่ธุรกิจต่าง ๆธนาคารจำเลยยังคงดำเนินกิจการในฐานะธนาคารกลางนั้นเอง และกระทำไปตามภาวะการเงินและเศรษฐกิจของรัฐ มิได้เป็นการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น และบางครั้งก็เพื่อส่งเสริมหรือรักษาเสถียรภาพทางการเงินและเศรษฐกิจ มิให้เป็นอุปสรรค หรือกระทบกระเทือนต่อความเจริญเติบโตในทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มาตรา ๑๓ ยังได้บัญญัติไว้ด้วยว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(๑) ประกอบการค้า หรือมีส่วนได้เสียโดยตรงในกิจการพาณิชย์ อุตสาหกรรม หรือภารธุรอย่างอื่น ๆ ฯลฯ" จึงเป็นที่เห็นได้ว่า ธนาคารจำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ถึงหากจะมีกำไรเกิดขึ้นบ้างจากกิจการที่ธนาคารจำเลยได้กระทำ ก็เพียงเป็นผลพลอยได้เท่านั้น หาใช่เป็นวัตถุประสงค์อันแท้จริงในการจัดตั้งธนาคารจำเลยขึ้นไม่ ดังนี้ ธนาคารจำเลยจึงได้รับยกเว้นมิต้องอยู่ภายใต้บังคับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดกิจการที่มิให้ใช้บังคับตามประกาศกระทรวง เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ (๒) โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยจากธนาคารจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2527
นายสมศักดิ์ ถิระธรรม โจทก์
ธนาคารแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ ถิระธรรม · จำเลย - ธนาคารแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา