⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1891/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแล้ว การดำเนินคดีในศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีไปชั่วคราว หากการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไม่อาจดำเนินไปจนถึงที่สุดได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้ศาลนำคดีกลับมาพิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไปตามคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเข้าดำเนินคดีแทนจำเลย เมื่อโจทก์ได้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแล้วเท่ากับเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องต่อเนื่องเกี่ยวโยงกับคดีนี้หากการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไม่อาจดำเนินไปจนถึงที่สุดได้เพราะศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องใน คดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยกคำขอของโจทก์เสีย โจทก์ ก็ชอบที่จะกลับมาดำเนินคดีต่อไปได้ คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น หาได้ประสงค์ให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลทีเดียวไม่ โจทก์ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในคดีล้มละลาย โจทก์ จึงขอให้ศาลนำคดีนี้ขึ้นพิจารณาต่อไป จำเลยยื่นคำคัดค้านว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทำการสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์และทำความเห็นเสนอต่อศาลจนกระทั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่มีมูลหนี้ที่โจทก์อ้างและพิพากษายกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ คดีถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ หากได้ความจริงตามคำคัดค้านของจำเลยโจทก์ก็ต้องผูกพันตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่มีมูลหนี้ในคดีนี้อีก ย่อมไม่มีเหตุที่จะให้ ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะทำการไต่สวนให้ได้ความว่าเป็นความจริงดังคำร้องของโจทก์หรือคำคัดค้านของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยมิได้ทำการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญก่อนและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ถือว่าศาลล่างทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาและมีเหตุสมควรที่จะให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ประกอบด้วยมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.25 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การต่อสู้คดี หลังจากสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว ก่อนถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เข้าดำเนินคดีแทนจำเลยและยื่นคำร้อง ได้ประกาศให้เจ้าหนี้ของจำเลยไปยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว โจทก์จะต้องไปขอชำระหนี้เช่นกัน โจทก์ดำเนินคดีนี้ต่อไปไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ขอให้จำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้ไปยื่นคำของรับชำระหนี้แล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในคดีล้มละลาย โจทก์จึงขอให้นำคดีนี้ขึ้นพิจารณาต่อไป จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า คำสั่งจำหน่ายคดีเป็นคำสั่งเด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ไม่มีคดีในสารบบความที่จะให้พิจารณาต่อไป โจทก์ได้นำมูลหนี้คดีนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนแล้วเสนอความเห็นต่อศาล ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว หลังจากนั้นศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้องในคดีล้มละลาย โจทก์จึงไม่อาจยกคดีนี้พิจารณาต่อไปได้อีก ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ไปขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วเท่ากับเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องต่อเนื่องเกี่ยวโยงกับคดีนี้ และหากการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มะลายไม่อาจดำเนินไปจนถึงที่สุดได้เพราะศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์เสียดังโจทก์อ้าง โจทก์ชอบที่จะกลับมาดำเนินคดีต่อไปได้ คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นหาได้ประสงค์ให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลทีเดียวไม่ แต่คดีนี้จำเลยคดัค้านว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทำการสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์และทำความเห็นเสนอต่อศาล จนกระทั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่มีมูลหนี้ที่โจทก์อ้างและพิพากษายกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ คดีถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้เห็นว่า หากได้ความเป็นความจริงตามคำคัดค้านของจำเลย โจทก์ก็ต้องผูกพันตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่มีมูลหนี้ในคดีนี้อีกย่อมไม่มีเหตุที่จะให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะทำการไต่สวนให้ได้ความว่าเป็นความจริงดังคำร้องของโจทก์หรือคำคัดค้านของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยมิได้การไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญก่อนและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนถือว่าศาลล่างทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา และมีเหตุสมควรที่จะให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ประกอบด้วยมาตรา 247 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนต่อไปตามนัยที่วินิจฉัยข้างต้นแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2527 นางขนิษฐา ปันยารชุน โจทก์ นางสุวรรณี กองธรรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขนิษฐา ปันยารชุน · จำเลย - นางสุวรรณี กองธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 795/2543ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 9028/2542ฎีกา 1721/2528ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 8366/2557ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4851/2545ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6868/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา