คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2090/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างได้รับอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ลูกจ้างย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับเวลาทำงานที่เกินนั้น แม้จะไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามกฎหมายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
งานที่โจทก์ทำมีลักษณะเป็นงานขนส่ง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 3(2) ซึ่งกำหนดเวลาทำงานปกติของลูกจ้างไว้ 8 ชั่วโมง แต่จำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาตามปกติ ถือได้ว่าเป็นการขยายกำหนดเวลาทำงานตามปกติออกไป แม้โจทก์จะไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ 36 แต่จำเลยก็มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์สำหรับเวลาทำงานที่ขยายออกไป 2 ชั่วโมงนั้น หาใช่ลูกจ้างไม่มีสิทธิรับค่าล่วงเวลา แล้วจะถูกตัดสิทธิมิให้รับค่าจ้างธรรมดาไปด้วยไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.36
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลยตำแหน่งนายท่าจำเลยให้โจทก์มีหน้าที่ควบคุมการปล่อยรถยนต์โดยสาร จำเลยกำหนดเวลาทำงานโจทก์ไว้เป็นกะจำเลยกำหนดให้โจทก์ทำงานวันละ ๑๐ ชั่วโมง เกินเวลาทำงานปกติวันละ ๒ ชั่วโมง แต่จำเลยมิได้จ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์ โจทก์มีสิทธิจะได้รับค่าตอบแทนในกรณีที่จำเลยให้โจทก์ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในส่วนที่เกินเวลาทำงานแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ลักษณะงานในกิจการของจำเลยคือ "งานขนส่ง" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดให้ลูกจ้างทำงานวันละ ๘ ชั่วโมงและให้ทำงานล่วงเวลาได้โดยไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ทั้งนี้เว้นแต่นายจ้างจะตกลงจ่ายให้ จำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้ โจทก์ทำงาน ๘ ชั่วโมงแรกได้รับเงินเดือน ค่าครองชีพและเบี้ยขยันส่วน ๒ ชั่วโมงหลังได้รับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเลี้ยงดังกล่าวไม่ใช่ค่าจ้างโจทก์ไม่มีสิทธินำมาเป็นฐานคำนวณรวมกับค่าจ้างในเวลาทำงานตามปกติหากศาลฟังว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาวันละ ๒ ชั่วโมงจะต้องหักเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวออกก่อน
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ลักษณะงานที่โจทก์ทำงานอยู่นั้นทำหน้าที่พนักงานนายท่าอันเป็นงานขนส่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓(๒) กำหนดเวลาทำงานปกติของลูกจ้างไว้๘ ชั่วโมง แต่จำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาตามปกติ ถือได้ว่าเป็นการขยายกำหนดเวลาทำงานออกไป แม้โจทก์จะไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ ๓๖ แต่จำเลยต้องมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์สำหรับเวลาทำงานที่ขยายไป ๒ ชั่วโมงนั้น หาใช่ลูกจ้างไม่มีสิทธิรับค่าล่วงเวลาแล้วจะถูกตัดสิทธิมิให้รับค่าจ้างธรรมดาไปด้วยหรือไม่ จำเลยจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเกินกำหนดเวลาทำงานปกติไป ๒ ชั่วโมง อันถือเป็นค่าจ้างส่วนหนึ่ง ต้องหักเบี้ยเลี้ยงนี้ออกแล้วชำระส่วนที่ยังขาด แต่จำเลยยังโต้เถียงในเรื่องจำนวนวันทำการอันเป็นฐานในการคำนวณค่าจ้าง จึงสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย
พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในเรื่องจำนวนวันทำงานของโจทก์ เพื่อใช้ในการคำนวณค่าจ้าง แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2090/2527
นายเจือ เตมียเสน กับพวก โจทก์
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจือ เตมียเสน กับพวก · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · วรา ไวยหงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา