⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5041/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5041/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างเจ็บป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือสัญญา นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า. ลูกจ้างประจำมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี แม้จะไม่ได้ใช้สิทธิขอลาหยุดก็ตาม. สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจะตกเป็นหนี้เมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าว และนายจ้างจะผิดนัดเมื่อลูกจ้างได้บอกกล่าวหรือทวงถาม.

ย่อคำพิพากษา

การที่ลูกจ้างเจ็บป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามปกตินั้น เป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามสภาพของร่างกายโดยธรรมชาติแม้ตามระเบียบข้อบังคับ ของนายจ้างและสัญญาผู้เข้าทำงานของนายจ้างซึ่งลูกจ้างทำกับนายจ้าง จะให้อำนาจนายจ้างเลิกจ้างได้ ก็เป็นเพียงให้สิทธิไว้เท่านั้นถือไม่ได้ว่า ลูกจ้างกระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือสัญญาเมื่อนายจ้างเลิกจ้าง จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45 กำหนดเพียงว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ตามข้อ 47 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี มิได้มีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดว่าถ้าลูกจ้างไม่ใช้สิทธิขอลาหยุดแล้วลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างดังกล่าว สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ไม่ใช่เงินซึ่งกฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายทันที ที่ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าฉะนั้นนายจ้างจะผิดนัดต่อเมื่อลูกจ้างได้บอกกล่าว หรือทวงถาม เมื่อไม่ปรากฏว่าได้บอกกล่าวหรือทวงถามลูกจ้างชอบที่จะได้ ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 จะกำหนดให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี ก็ตาม แต่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ระบุขอให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยตามกฎหมาย โดยมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้ชัดแจ้งทั้งโจทก์เรียกร้องเงินมาหลายประเภท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่างกันการที่ศาลให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.45 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์เจ็บป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่วันผิดนัด จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์เจ็บป่วยเป็นโรคจิตเภทอันเป็นการเลิกจ้างตามระเบียบฯ ของจำเลย และสัญญาของผู้เข้าทำงานกับจำเลยการที่โจทก์ออกจากงานดังกล่าวถือว่าโจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลย จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และจำเลยได้จ่ายบำนาญแก่โจทก์แล้วซึ่งสูงกว่าค่าชดเชยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยซ้ำ โจทก์ไม่ใช้สิทธิขอลาหยุดพักผ่อนประจำปีเองจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้าง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีบางส่วนพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์เจ็บป่วยซึ่งทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามปกตินั้น เป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามสภาพของร่างกายโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของโจทก์ แม้ระเบียบการธนาคารออมสินฯจะให้อำนาจจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงาน หรือสัญญาของผู้เข้าทำงานธนาคารออมสินซึ่งโจทก์ทำกับจำเลยให้อำนาจจำเลยที่จะถอดถอนโจทก์ออกจากงานได้ก็ตาม เป็นเพียงข้อกำหนดให้จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้เท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าโจทก์กระทำผิด ดังนั้นการที่โจทก์เจ็บป่วยดังกล่าวถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับหรือสัญญา จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่เคยผิดนัดหรือผิดสัญญา ทั้งโจทก์มิได้ทวงถามจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยนั้น เห็นว่า ค่าชดเชยเป็นเงินซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๖ บังคับให้จำเลยจ่ายแก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงินซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๕ บังคับให้จำเลยจ่ายแก่ลูกจ้างที่เลิกจ้างเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินทั้งสองประเภทให้แก่โจทก์ทันทีการที่จำเลยไม่จ่ายแก่โจทก์ จำเลยย่อมผิดนัดโดยโจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวหรือทวงถามจำเลยต้องจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินซึ่งจำเลยต้องจ่ายกรณีที่เลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ จึงไม่ใช่เงินซึ่งกฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายทันทีที่ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ฉะนั้น นายจ้างจะผิดนัดต่อเมื่อลูกจ้างได้บอกกล่าวหรือทวงถาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกกล่าวหรือทวงถามจำเลย ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัด โจทก์ชอบที่จะได้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ใช้สิทธิขอลาหยุดพักผ่อนประจำปีเองโดยจำเลยมิได้ขัดขวางต้องถือว่าโจทก์สละสิทธิในการหยุดพักผ่อนนประจำปีไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างจากจำเลย เห็นว่าประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๕ กำหนดเพียงว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ ๔๗ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามประกาศดังกล่าวมิได้ตั้งเงื่อนไขหรือข้อกำหนดว่าถ้าลูกจ้างไม่ใช้สิทธิขอลาหยุดพักผ่อนแล้ว ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้ร้บค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีฉะนั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้ทำความผิดตามข้อ ๔๗ จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๑ กำหนดให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับผิดอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจึงไม่ถูกต้อง เห็นว่า แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๑ จะกำหนดให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปีก็ตาม แต่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ระบุขอให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยตามกฎหมายโดยมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้ชัดแจ้ง ทั้งเงินที่โจทก์เรียกร้องมีหลายประเภท ซึ่งจำเลยต้องรับผิดในอัตราดอกเบี้ยต่างกัน การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงิน ๕,๐๘๒ บาทแก่โจทก์ และดอกเบี้ยของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้นให้จำเลยรับผิดตั้งแต่วันฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5041/2528 นายประกิจ มีแม่นวิทย์ โจทก์ ธนาคารออมสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิจ มีแม่นวิทย์ · จำเลย - ธนาคารออมสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 462/2507ฎีกา 1302/2535ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา