คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1729/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทและจำเลยอยู่ในอาคารนั้นโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ ถือเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้าง การต่อสู้ว่าการโอนสิทธิการเช่าเป็นการแสดงเจตนาลวงซึ่งไม่ได้โอนกันจริงนั้น หากไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จะต้องห้ามมิให้ยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทและได้ให้จำเลยเช่า จำเลยให้การว่าเดิมสิทธิดังกล่าวเป็นของจำเลยซึ่งได้โอนให้แก่โจทก์เพื่อประกันการชำระหนี้ คำให้การเช่นนี้เท่ากับยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทและจำเลยอยู่ในอาคารนั้นโดยอาศัยสิทธิการเช่าของโจทก์
ที่จำเลยกล่าวอ้างว่าสิทธิการเช่าอาคารพิพาทยังเป็นของจำเลยการโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์เป็นการแสดงเจตนาลวงเพราะไม่ได้โอนกันจริงนั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงไม่เป็นประเด็นและไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นต้องห้ามมิให้จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าหรือจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยค้างค่าเช่าอยู่ ๒๒ เดือน โจทก์ได้ให้ทนายโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและออกไปจากอาคารพิพาท จำเลยได้รับหนังสือแล้วไม่ปฏิบัติตาม ขอให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากอาคารพิพาท ให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าเดิมสิทธิการเช่าอาคารพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์เพื่อประกันการชำระหนี้ อาคารพิพาทหากให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่ถึงจำนวนที่ฟ้อง
ในวันนัดชี้สองสถานทนายโจทก์แถลงรับว่า ค่าเสียหายเป็นจำนวน เท่าที่จำเลยให้การ
ศาลชั้นต้นงดชี้สองสถานและงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากอาคารพิพาทและให้ใช้ค่เาสียหายแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทได้ให้จำเลยเช่าอาคารนี้เพื่อประกอบการค้าและอยู่อาศัย จำเลยให้การว่าเดิมสิทธิการเช่าอาคารพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยได้โอนสิทธิดังกล่าวให้แก่โจทก์เพื่อประกันการชำระหนี้เท่ากับยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าอาคารพิพาทและจำเลยอยู่ในอาคารนั้นโดยอาศัยสิทธิการเช่าของโจทก์ ที่จำเลยอุทธรณ์อ้างว่าสิทธิการเช่าอาคารพิพาทยังเป็นของจำเลย การโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์เป็นการแสดงเจตนาลวงเพราะไม่ได้โอนกันจริงจึงเป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ จึงไม่เป็นประเด็นและไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นเป็นอุทธรณ์ต้องห้าม
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1729/2528
นายบุญชู แซ่เตีย โจทก์
นายมานะ จีนถนอม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญชู แซ่เตีย · จำเลย - นายมานะ จีนถนอม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสรี แสงศิลป์ · ทวี กสิยพงศ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสุรชาติ บุญศิริพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา