คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2392/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ที่มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายล้มละลาย ย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ โดยจะอ้างเหตุไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งให้ทราบไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน กำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 91 โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ จะอ้างว่าไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโดยสุจริตหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ให้โจทก์ทราบหาได้ไม่เพราะจะเท่ากับเป็นการขยายระยะเวลา ตามมาตรา 91 ออกไปโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด โจทก์ยื่นคำร้องว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้แจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้โจทก์ทราบตามระเบียบโจทก์เพิ่งทราบประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ จึงได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดพร้อมทั้งแจ้งกำหนดเวลาให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายแล้ว โจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันโดยสุจริต และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้แจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้โจทก์ทราบตามระเบียบ พิเคราะห์แล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัตินี้ แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ตาม" ส่วนจะยื่นเมื่อใดนั้น มาตรา ๙๑ บัญญัติไว้ใจความว่า เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแม้จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ก็จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เว้นแต่เจ้าหนี้จะอยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือนดังนั้น เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ แม้จะเป็นผู้ฟ้องคดีล้มละลาย เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้โดยไม่มีข้อยกเว้นส่วนกำหนดเวลาสองเดือนนี้ มีข้อยกเว้นให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขยายกำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน เฉพาะแต่เจ้าหนี้ซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ มิได้ยื่นคำขอรบชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑ โจทก์จึงย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ดังกล่าว การที่โจทก์ไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโดยสุจริตหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้โจทก์ทราบ ไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากแปลว่าโจทก์สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เกินกำหนดสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วก็เท่ากับเป็นการขยายเวลาตามมาตรา ๙๑ ออกไป ซึ่งไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2392/2528
นายธรรมนูญ ม่วงอ่ำ โจทก์
นางฉลวย จรุงรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธรรมนูญ ม่วงอ่ำ · จำเลย - นางฉลวย จรุงรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสมศักดิ์ เนตรมัย · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา