คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องและต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
ย่อคำพิพากษา
ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายบัญญัติว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์-ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องและต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ฉะนั้น การต่อสู้คดีว่าหนี้ของผู้ขอรับชำระหนี้ขาดอายุความ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงทำได้ตามลำพัง โดยไม่ต้องให้ลูกหนี้รู้เห็นยินยอมด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย นายประเสริฐ เสรฐภักดี โดยนายอุดม ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ว่า จำเลยเป็นหนี้อยู่ ๑๑๒,๐๐๐ บาท ขอรับชำระหนี้ฐานเป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกัน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว ทำความเห็นต่อศาลว่า เช็ค ๕ ฉบับ นับแต่วันที่จำเลยสั่งจ่ายขาดอายุความ
ศาลขั้นต้นสั่งว่า เช็ค ๕ ฉบับแรเป็นเช็คขาดอายุความ ส่วนเช็ค ๒ ฉบับหลังไม่น่าเชื่อว่ากระทำขึ้นด้วยความสุจริต จึงมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้เสีย
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับเช็ค ๕ ฉบับแรกซึ่งยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อเิดกำหนด ๑ ปี นับแต่วันออกเช็ค และศาบล่างเห็นว่าขาดายุความแล้วนั้น ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกาอ้างว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๒๒ ได้ต่อเมื่อได้สอบสวนลูหนี้ผู้ล้มละลาย และลูกนี้นั้นกล่างอ้างขึ้นแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษืทรัพย์จะยกขึ้นกล่าวอ้างเองไม่ได้เพราะไม่ใช่ตัวแทนของลูกหนี้ผู้ล้มละลาย ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องและต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ฉะนั้น การต่อสู้คดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงทำได้ตาลำพังโดยไม่ต้องใ้ห้ลูกหนี้รู้เห็นยินยอมด้วย และไม่มีบทกฏหมายใดบัญญัติว่า กรณีดังเช่นคดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกล่าวอ้างได้ต่อเมื่อสอบสวนลูกหนี้แล้ว หรือว่าจะต้องให้ลูกหนี้กล่าวอ้างขึ้น ฎีกาข้อนี้จึงตกไป
เห็นว่า เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้รู้แล้วว่าเช็ค ๕ ฉบับแรขอรับเงินไม่ได้ จึงไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าหนี้จะยอมให้จำเลยยืมเงินไปอีกและเป็นจำนวนมากกว่าเดิมอย่างคนไร้ความคิด ที่ศาลล่างให้ยกคำขอรับชำระหนี้ชอบแล้ว
พิพากษายืน ให้ยกฎีาของเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2508
นายหยกขี่ แซ่เหลี่ยว โจทก์
นายเฮียงซอหรือเฮียงโซ แซ่เจีย จำเลย
นายประเสริฐ เสรฐภักดี เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยกขี่ แซ่เหลี่ยว · จำเลย - นายเฮียงซอหรือเฮียงโซ แซ่เจีย · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - นายประเสริฐ เสรฐภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายเกียรติ ผลสวัสดิ์ · นายสุทิน เกษคุปต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา