⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5104/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5104/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ก่อนจำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ศาลแพ่งได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยในคดีล้มละลายแล้ว จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่จะฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา22 (3) การที่จำเลยยื่นขอให้พิจารณาใหม่เป็นการต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้ จำเลยไม่มีสิทธิดำเนินการเอง เพราะเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ส่วนที่ศาลจะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทนตามมาตรา 25 ได้ต้องเป็นกรณีที่จำเลยได้ยื่นขอพิจารณาใหม่ไว้ก่อน แล้วถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในภายหลัง เมื่อจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงไม่ต้องตามตามบทบัญญัติ มาตรา 25 ที่ศาลจะต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาว่าคดีแทน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.25

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาราชวงศ์ จำเลยประมาทเลินเล่อในการอนุมัติให้ลูกค้าเบิกเงินเกินบัญชี เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๔๐๑,๘๙๐.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดในวันนัดพิจารณาและขาดนัดในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์จำนวน๘๙๖,๓๙๒.๒๘ บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน๓๔๙,๓๑๒.๐๘ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐ จนกว่าชำระให้โจทก์เสร็จ กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันของต้นเงิน ๕๔๗,๐๘๐.๒๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๐ จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๓ จำเลยได้ยื่นคำขอต่อศาลแรงงานกลางขอให้พิจารณาใหม่ โดยกล่าวอ้างว่า จำเลยไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องคดีและไม่จงใจขาดนัดพิจารณา โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยถูกศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๓ ในคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ ล.๑๐๗/๒๕๓๓ หมายเลขแดงที่ ล.๑๑๔/๒๕๓๓ระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายยง กิตติการุณย์ จำเลย ตามสำเนาคำสั่งเอกสารท้ายคำคัดค้าน จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓มาตรา ๒๒ และ ๒๔ นอกจากนี้ จำเลยทราบว่าถูกฟ้องคดีแล้ว แต่จงใจหลบหนีและหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีของโจทก์ ขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดไต่สวน ศาลแรงงานกลางสอบถามจำเลยแล้วจำเลยแถลงรับว่า จำเลยถูกศาลแพ่งธนบุรีสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๓ ตามคำคัดค้านของโจทก์จริงศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ก่อนจำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่นั้น เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๓ ศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยในคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ ล.๑๐๗/๒๕๓๓ คดีหมายเลขแดงที่ ล.๑๑๔/๒๕๓๓ ระหว่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์ นายยง กิตติการุณย์ จำเลย ดังนั้น จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่จะฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ (จำเลย) ในคดีล้มละลายดังกล่าวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๓) การที่จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในคดีนี้เป็นการต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิดำเนินการเองได้ เพราะเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ส่วนการที่ศาลจะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทนจำเลยตามมาตรา ๒๕ นั้นจะต้องเป็นกรณีที่จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ไว้ก่อนแล้วและอยู่ในระหว่างการพิจารณาคำขอ แล้วจำเลยได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในภายหลัง แต่ปรากฏว่าจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๓ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๓ จำเลยจึงได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงไม่ต้องตามบทบัญญัติ มาตรา ๒๕ ที่ศาลจะต้องแจ้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาว่าคดีตามที่จำเลยกล่าวอ้างในอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำขอของจำเลยชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5104/2533 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายยง กิตติการุณย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นายยง กิตติการุณย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประเสริฐ จันทรเวช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5474/2539ฎีกา 1069/2527ฎีกา 5209/2566ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 578/2550ฎีกา 4238/2539ฎีกา 2416/2566ฎีกา 8888/2542ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 324/2503ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1546/2514ฎีกา 3264/2525ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3779/2542ฎีกา 5768/2534ฎีกา 903/2508ฎีกา 92/2531ฎีกา 1435/2517ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา