⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3218/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3218/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลซึ่งเคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้สั่งจ่ายเช็คหลังจากพ้นจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแล้ว ถือว่าขณะออกเช็ค บุคคลนั้นไม่มีอำนาจทำการแทนห้างหุ้นส่วนอีกต่อไป ห้างหุ้นส่วนจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 แต่ได้สั่งจ่ายเช็คพิพาท เมื่อพ้นจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 ไปแล้วมีผลเท่ากับขณะออกเช็คพิพาทผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงชื่อ เป็นผู้สั่งจ่ายจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามเช็ค

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คของธนาคารเอเซีย จำกัด สำนักงานใหญ่ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ เป็นเงิน ๔๙,๕๐๐ บาท ประทับตามของห้างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ เป็นผู้สลักหลังนำมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดโจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายอ้างว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ขอบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ สั่งจ่ายเช็คพิพาทเมื่อพ้นตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการขอห้างจำเลยที่ ๑ ไปก่อนแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ ๒ เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๒ พ้นจากตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๒๒ แล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดร่วมด้วยโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าขณะสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำเลยที่ ๒ ยังเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ อยู่หรือไม่ ตัวโจทก์เบิกความเพียงว่าไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๑ เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยที่ ๑ นำสืบว่าจำเลยที่ ๒ พ้นจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ไปก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ ส่วนเช็คพิพาทสั่งจ่ายภายหลังในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ มีผลเท่ากับขณะออกเช็คพิพาทผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ลงชื่อสั่งจ่ายในเช็คพิพาท จำเลยที่ ๑ ไม่จำต้องรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3218/2528 นางสาวราณี เริงชัยธนะวงศ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดส.สิทธา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวราณี เริงชัยธนะวงศ์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดส.สิทธา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · เสนอ ศรนิยม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ วิวัธวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1087/2517ฎีกา 698/2537ฎีกา 3208/2528ฎีกา 2521/2540ฎีกา 351/2525ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1162/2515ฎีกา 425/2501ฎีกา 3329/2550ฎีกา 270/2496ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 1211/2518ฎีกา 3267/2540ฎีกา 185/2489ฎีกา 4282/2536ฎีกา 5645/2544ฎีกา 312/2534ฎีกา 1/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา