⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1211/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำละเมิดของพนักงานไปรษณีย์ ย่อมทำให้กรมไปรษณีย์โทรเลขต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ส่งตั๋วแลกเงินจำนวน 40,000 บาทของธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาเบตงให้แก่โจทก์ที่ 2 โดยบรรจุตั๋วแลกเงินในซองจดหมายลงทะเบียนจ่าหน้าซองถึงโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานบุรุษไปรษณีย์ ได้รับมอบหมายให้นำไปรษณียภัณฑ์ดังกล่าวไปส่งให้แก่ผู้รับ แต่ในการส่งนั้นจำเลยที่ 2 ได้ทำหลักฐานใบรับปลอมขึ้นว่ามีบุคคลในบ้านเดียวกันกับโจทก์ที่ 2 รับแทน แล้วแอบอ้างตัวเองเป็นโจทก์ที่ 2 นำตั๋วแลกเงินไปรับเงินจากธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาราชปรารภ อันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ดังนี้ แม้ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 จะบัญญัติถึงความรับผิดของกรมไปรษณีย์ไว้เป็นพิเศษก็ตาม แต่เมื่อกรณีนี้เป็นเรื่องละเมิด มิใช่เป็นการทำผิดสัญญารับขน พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 จึงไม่เป็นประโยชน์แก่กรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ 3 กรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ด้วย เมื่อทรัพย์สินที่โจทก์ต้องเสียไปเพราะการละเมิดนั้นคือเงินจำนวน 40,000 บาทตามตั๋วแลกเงินของโจทก์ที่จำเลยที่ 2 เอาไป ซึ่งเป็นความเสียหายโดยตรงจากการละเมิดของจำเลยที่ 2 กรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 2 ชดใช้ราคาทรัพย์จำนวนดังกล่าวให้โจทก์ ( ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2518 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.609 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.620 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.22 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.30 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.150

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ได้ส่งตั๋วแลกเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาทของธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาเบตง สั่งจ่ายเงินเมื่อเห็นให้แก่โจทก์ที่ ๒ ที่กรุงเทพฯ โดยฝากไปรษณีย์ภัณฑ์ลงทะเบียนที่ไปรษณีย์โทรเลขเบตง จังหวัดสงขลา แต่โจทก์ที่ ๒ ไม่ได้รับ เพราะจำเลยที่ ๒ ขณะกระทำการตามหน้าที่กิจการงานของจำเลยที่ ๓ ได้ร่วมกับบุคคลอื่นเซ็นรับเอาซองไปรษณีย์ไป แล้วนำตั๋วแลกเงินนั้นเรียกเก็บเงินจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภ ซึ่งเป็นหน่วยงานของจำเลยที่ ๑ เอง และโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังตามหน้าที่ ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภได้จ่ายเงินจำนวนตามตั๋วแลกเงินนั้นให้ไป ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันรับผิดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินนั้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยถึงวันฟ้องและต่อไปจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า การที่โจทก์ที่ ๑ ส่งตั๋วแลกเงินโดยฝากเป็นไปรษณีย์ภัณฑ์ทางไปรษณีย์โทรเลขลงทะเบียนถึงโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับ แต่โจทก์ที่ ๒ มิได้รับ แล้วมีคนนำตั๋วแลกเงินไปขึ้นเงินจากธนาคารจำเลยสาขาราชปรารภนั้น เป็นการกระทำของโจทก์เอง หากเกิดความเสียหายขึ้นก็อยู่ไปความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องว่ากล่าวเอาจากจำเลยที่ ๒ หรือจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำโดยประมาท ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนของโจทก์ที่ ๑ ได้ถูกนำจ่ายให้โจทก์ที่ ๒ มีบุคคลในบ้านเดียวกับโจทก์ที่ ๒ ลงนามรับไว้แทนแล้ว จึงมิใช่เรื่องไปรษณียภัณฑ์สูญหายอันจะต้องชดใช้ตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙ ใครจะนำตั๋วเงินดังกล่าวไปรับเงินจากจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิด ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภ จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินให้แก่ผู้ถือบัตรประชาชนซึ่งมิใช่ตัวนายอากาว แซ่ตั้ง ผู้ถือตั๋วแลกเงิน ถือว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ ส่งจดหมายทางไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนบรรจุตั๋วแลกเงินลงไปในซองจดหมายของเดียวกันกับซองจดหมายถึงโจทก์ที่ ๒ เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของกรมไปรษณีย์โทรเลข ออกตามความในพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๒ เรียกว่าไปรษณีย์นิทเทส ข้อที่ ๒๐๙ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายของโจทก์และหากมีการสูญหายไปจริงจำเลยที่ ๓ ก็มีความรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองเพียง ๔๐ บาท ตามข้อบังคับในไปรษณีย์นิทเทส ข้อ ๑๕๐ และพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๙,๓๐ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานบุรุษไปรษณีย์ไม่ได้นำไปรษณีย์ภัณฑ์ลงทะเบียนของโจทก์ที่ ๑ นำส่งตรงต่อโจทก์ที่ ๒ ผู้รับ หากแต่ได้กระทำโดยทุจริตแอบอ้างตนเองเป็นโจทก์ที่ ๒ นำตั๋วแลกเงินนั้นไปรับเงินจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภแล้วหลบหนีไป การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ และเป็นการกระทำในทางที่จ้างของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ กรณีไม่เข้าข้อห้ามในไปรษณีย์นิทเทส ข้อ ๒๐๙ และไม่ใช่เรื่องจดหมายหรือไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนหายตามข้อ ๑๕๐ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำโดยประมาท หรือเลินเล่อ จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ร่วมกันใช้เงินและดอกเบี้ยตามฟ้อง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ปัญหาว่า จำเลยที่ ๓ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ที่ ๑ ได้ส่งเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาทมาให้โจทก์ที่ ๒ ผู้เป็นบุตรโดยการซื้อตั๋วแลกเงินจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาเบตง บรรจุในซองจดหมายลงทะเบียนจ่าหน้าซองถึงโจทก์ที่ ๒ ณ โรงเรียนพาณิชยการและการบัญชีพระนคร จังหวัดพระนคร จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์ประจำอยู่ไปรษณีย์สามเสนใน ได้รับมอบหมายให้นำไปรษณียภัณฑ์บรรจุตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปส่งให้แก่ผู้รับ ในการส่งนั้นปรากฏตามหลักฐานใบรับมีชื่อนายสุวิทย์ จิตเจริญ เป็นผู้รับแทนเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๑๓ ต่อมาปรากฏว่าโจทก์ที่ ๒ ไม่ได้รับเงินจำนวนนี้ โดยมีผู้นำเอาชื่อโจทก์ที่ ๒ ไปแอบอ้างขอรับเงินตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ประกอบกันแล้วเชื่อได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้ทำปลอมหลักฐานใบรับขึ้น แล้วต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้กระทำหรือร่วมกับบุคคลอื่นแอบอ้างเป็นตัวโจทก์ที่ ๒ โดยทุจริตนำตั๋วแลกเงินของโจทก์ไปรับเงินจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาราชปรารภ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้ทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว แม้พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ จะบัญญัติถึงความรับผิดของกรมไปรษณีย์ไว้เป็นพิเศษก็ตาม ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า กรณีนี้เป็นเรื่องละเมิด มิใช่เป็นการทำผิดสัญญารับขน พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ จึงไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๓ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงใดนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ต้องเสียไปเพราะละเมิดนี้คือเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ตามตั๋วแลกเงินของโจทก์ที่จำเลยที่ ๒ เอาไป ซึ่งเป็นความเสียหายโดยตรงจากการละเมิดของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ ชดใช้ราคาทรัพย์จำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2518 นายตั้งกวง แซ่ตั้งฯ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตั้งกวง แซ่ตั้งฯ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ล. - ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา