⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4366/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปฏิบัติราชการของผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจตามคำสั่งที่มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ ถือเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ และเมื่อผู้ช่วยอธิบดีรู้ถึงการละเมิดและผู้ต้องรับผิด ก็ถือว่ากรมตำรวจผู้เป็นนายจ้างได้รู้เช่นกัน.

ย่อคำพิพากษา

อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจ เมื่ออธิบดีกรมตำรวจได้ออกคำสั่งกำหนดสายงานของกรมตำรวจและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดี การปฏิบัติราชการของผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจภายในกรอบอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ มีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของอธิบดีกรมตำรวจ การที่ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในฐานะดังกล่าวรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2521 ถือได้ว่ากรมตำรวจโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือกระทำการโดยประมาทไม่ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ ทำให้แร่ซีไรท์ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือ ถูกคนร้ายลักไป ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาลเสียหายพันตำรวจโทบรรลือยอมชดใช้ค่าเสียหายกึ่งหนึ่งไปแล้วขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินค่าแร่ที่เหลือพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแร่ซีไรท์ที่พิพาทไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย และคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลมีอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจโจทก์ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73, 75 ประกอบด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 32 วรรคสอง และอธิบดีกรมตรวจได้ออกคำสั่งกรมตำรวจที่ 1690/2519 กำหนดสายงานของกรมตำรวจโดยจัดแบ่งสายงานออกเป็น 3 ฝ่าย เพื่อมอบหมายอำนาจของอธิบดี ให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจปฏิบัติราชการแทนสายงาน 3 ฝ่ายดังกล่าวคือ 1. ฝ่ายกิจการพิเศษ 2. ฝ่ายบริหาร 3. ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ลักษณะงานฝ่ายบริหารได้แก่งานกำลังพล วินัย ฯลฯ ของกรมตำรวจตามเอกสารหมาย ป.จ.1 สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวกรมตำรวจได้ออกคำสั่งที่ 1691/2519 มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ คือ ข้อ 2 ให้พลตำรวจโทสุพล จุลละพราหมณ์ รองอธิบดีกรมตำรวจรับผิดชอบงานฝ่ายบริหาร มีพลตำรวจโทถวิล จันทสีหราช ผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้ช่วยตามเอกสารหมาย ป.จ.2 เห็นว่า การปฏิบัติราชการของพลตำรวจโทถวิล จันทสีหราช ภายในกรอบอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ มีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของอธิบดีกรมตำรวจและเห็นว่าการที่พลตำรวจโทถวิล จันทสีหราชในฐานะผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจทำหนังสือที่ 0503 (พ)/14295 ลงวันที่ 13 กันยายน 2521 สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพิจารณาดำเนินการทางแพ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังกล่าวข้างต้นเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1691/2519 เป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจมีผลถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2521 และเห็นว่าการรู้ถึงการละเมิดดังกล่าวกับการฟ้องคดีนั้นเป็นขั้นตอนคนละขั้นตอนกัน คือเมื่อโจทก์ทราบถึงตัวผู้ทำละเมิดอันก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว โจทก์อาจไม่ฟ้องหรือฟ้องผู้ทำละเมิดให้รับผิดก็ได้ซึ่งการฟ้องคดีนี้เป็นอำนาจเฉพาะตัวของโจทก์จริงดังโจทก์ฎีกา แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 อันเป็นเวลาเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยดังวินิจฉัยแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2528 กรมตำรวจ โจทก์ พันตำรวจตรีไสว มาลัยวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมตำรวจ · จำเลย - พันตำรวจตรีไสว มาลัยวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 4790/2533ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 185/2489ฎีกา 312/2534ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 4977/2533ฎีกา 2562/2522ฎีกา 5454/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา