⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4805/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4805/2528

ป.พ.พ. ม.1646, 1647 · ป.วิ.แพ่ง ม.46, 93

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่ระบุว่าขอทำพินัยกรรม ถือเป็นพินัยกรรม และสำเนาพินัยกรรมที่ถูกต้องสามารถนำมาสืบแทนต้นฉบับที่สูญหายได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในเอกสารระบุไว้ว่าขอทำพินัยกรรม ถือได้ว่าเป็นการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สิน เอกสารดังกล่าวจึงเป็นพินัยกรรม เมื่อต้นฉบับพินัยกรรมหาย คู่ความนำสำเนาที่ถูกต้องมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับให้ลงชื่อผู้เขียนพินัยกรรมลงในพินัยกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1647

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1647 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุตรชายคนเดียวของนางมีเด๊าะ ซึ่งสมรสกับนายจรูญโดยมิได้จดทะเบียนสมรส นางมีเด๊าะมีมารดาชื่อนางเย๊าะส่วนบิดาตายไปก่อนแล้ว นางมีเด๊าะมีกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 163ตำบลแสนแสบ อำเภอมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ร่วมกับผู้อื่น เฉพาะส่วนของนางมีเด๊าะมีเนื้อที่ 17 ไร่เศษ วันที่ 5 กันยายน 2509 นางมีเด๊าะถึงแก่ความตายมีจำเลยและนางเย๊าะเป็นทายาท วันที่ 20 กุมภาพันธ์2510 นางเย๊าะถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองเป็นทายาทนางเย๊าะต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2523 จำเลยขอรับมรดกของนางมีเด๊าะแต่ผู้เดียวโดยปกปิดทายาทในการทำบัญชีเครือญาติ เจ้าพนักงานที่ดินลงชื่อจำเลยในโฉนดที่ดินดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองขาดรายได้จากที่ดินส่วนของโจทก์ปีละ 10,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยให้ยอมให้โจทก์ทั้งสองชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาห้ามจำเลยก่อภาระผูกพันในที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า นางมีเด๊าะทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลงพิพาทเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่เศษให้แก่จำเลย และยังตั้งผู้ปกครองทรัพย์ให้คอยดูแลรักษาที่พิพาทถึง 3 คน เมื่อจำเลยบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ไปขอรับมรดกที่ดินดังกล่าว โจทก์ทราบดีและมิได้คัดค้าน โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความเสียหายเพราะไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งที่พิพาท คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า นางมีเด๊าะได้ทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้จำเลย โดยไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่น พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาในชั้นฎีกาว่าเอกสารหมาย ล.1 เป็นพินัยกรรมหรือไม่ เห็นว่าข้อความในเอกสารดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดว่าขอทำพินัยกรรม จึงถือได้ว่าเป็นการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินตามความเข้าใจของสามัญชน และเอกสารไม่มีข้อความที่มุ่งแสดงไปในทางที่เห็นไปได้ว่า เจ้ามรดกจะยกทรัพย์สินให้ขณะมีชีวิตอยู่ เหตุนี้เอกสารหมาย ล.1 จึงเป็นพินัยกรรม ส่วนปัญหาข้อที่ว่าจำเลยไม่เอาต้นฉบับพินัยกรรมมาสืบจะรับฟังสำเนาพินัยกรรมได้หรือไม่นั้น เห็นว่าเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าต้นฉบับพินัยกรรมได้หายไปจริงคู่ความก็นำสำเนาที่ถูกต้องมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ส่วนปัญหาที่ว่าจะต้องระบุชื่อผู้เขียนในพินัยกรรมหรือไม่ เห็นว่าไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับว่าจะต้องลงชื่อผู้เขียนพินัยกรรมไว้ในพินัยกรรมด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4805/2528 นายสมิตร อีหมั่น กับพวก โจทก์ นายบุญเลิศ แซ่เจ็ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมิตร อีหมั่น กับพวก · จำเลย - นายบุญเลิศ แซ่เจ็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2732/2534ฎีกา 325/2524ฎีกา 453/2521ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2924/2525ฎีกา 1083/2540ฎีกา 2423/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 484/2486ฎีกา 8747/2550ฎีกา 923/2523ฎีกา 953/2505ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1843-1844/2524ฎีกา 3523/2532ฎีกา 816/2496ฎีกา 2709/2543ฎีกา 1394/2521ฎีกา 16/2517ฎีกา 727/2525ฎีกา 3936/2543ฎีกา 5815/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา