⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1733/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2529

ป.วิ.แพ่ง ม.93, 125

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งนำสืบเอกสารโดยส่งต้นฉบับต่อศาลและขอรับคืนไปโดยส่งสำเนาไว้แทน หากคู่ความอีกฝ่ายมิได้คัดค้านว่าไม่มีต้นฉบับ ปลอม หรือสำเนามีความคลาดเคลื่อน ให้รับฟังว่าต้นฉบับเอกสารนั้นมีอยู่จริง ถูกต้อง และรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์นำสืบเอกสารโดยส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวต่อศาลและขอรับคืนไปโดยขอส่งสำเนาไว้แทน เมื่อจำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบเอกสารนั้นโดยเหตุที่ว่าไม่มีต้นฉบับ หรือว่าต้นฉบับนั้นปลอมทั้งฉบับหรือแต่บางส่วน หรือสำเนานั้นไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ ย่อมต้องฟังว่าต้นฉบับเอกสารนั้นมีอยู่แท้จริงและถูกต้องและรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.125

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.125 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไว้กับโจทก์ แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์หลายครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๒๐ เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมครั้งที่ ๒ เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท การกู้เบิกเงินเกินบัญชีครั้งแรกมีนายธนาการ แซ่เตีย จดทะเบียนจำนองที่ดินจำนวน ๒ แปลง เป็นประกันหนี้ดังกล่าวและต่อมาโอนที่ดินนั้นให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยติดภาระจำนอง ต่อมาจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ทำสัญญาค้ำประกันและได้ทำบันทึกจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองของจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ในการกู้เบิกเงินเกินบัญชีทุกครั้ง ต่อมาจำเลยที่ ๑ ไม่เดินสะพัดทางบัญชี โจทก์จึงปิดบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาสินเชื่อการค้ากับโจทก์ โดยมีเงื่อนไขให้โจทก์ทดรองจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ ๑ ผู้รับสินเชื่อตามตั๋วแลกเงินทุกฉบับไม่เกินวงเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เข้าเป็นผู้ค้ำประกันและจำนองที่ดินทั้งสองแปลงข้างต้นเป็นประกันหนี้ดังกล่าวจำเลยที่ ๑ นำตั๋วสัญญาใช้เงินมาแลกเงินสดไป รวมเป็นเงิน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท แล้วไม่นำเงินมาชำระ จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๓,๔๒๘,๗๖๖.๒๘ บาท และหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องอีกเป็นเงิน ๑,๔๗๓,๖๐๕.๔๗ บาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสามชำระแล้ว แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินทั้งสองรายการพร้อมดอกเบี้ยและบังคับจำนองด้วย จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้นำที่ดินจำนวน ๒ แปลงจำนองเป็นประกันหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้องจริง แต่เมื่อครบกำหนดชำระคืน จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วน คงค้างชำระเพียงต้นเงิน ส่วนหนี้ตามสัญญาสินเชื่อการค้าจำเลยที่ ๑ ค้างชำระโจทก์เพียง ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย การบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.๑ และ จ.๒ โจทก์ส่งแต่สำเนา ไม่ใช่ต้นฉบับ จึงรับฟังไม่ได้ ปรากฏว่าโจทก์ได้อ้างและส่งต้นฉบับเอกสาร จ.๑ จ.๒ ต่อศาลและสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสามแล้ว โดยนายอภิบูลย์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้แก่นายชาตรี โสภณพานิช โดยลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑ (ทนายแถลงขอส่งสำเนาและรับต้นฉบับคืนไป)นายชาตรี มอบอำนาจให้นายอภิบูลย์ฟ้องคดีนี้ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๒ (ทนายแถลงขอส่งสำเนาและรับต้นฉบับคืนไป)เมื่อโจทก์ส่งต้นฉบับเป็นพยานหลักฐานต่อศาลแล้วขอรับต้นฉบับคืนโดยขอส่งสำเนาไว้แทนนั้น จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ถูกอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงเอกสารมาเป็นพยานหลักฐานยันตนหาได้คัดค้านการนำเอกสารนั้นมาสืบโดยเหตุที่ว่าไม่มีต้นฉบับหรือว่าต้นฉบับนั้นปลอมทั้งฉบับหรือแต่บางส่วน หรือสำเนานั้นไม่ถูกต้องกับต้นฉบับไม่ดังนั้นจึงต้องฟังว่าเอกสารหมาย จ.๑ จ.๒ มีอยู่แท้จริงและถูกต้อง รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2529 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นายชังคุง แซ่เตีย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นายชังคุง แซ่เตีย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · มาโนช เพียรสนอง · ปลื้ม โชติษฐยางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายอาวุธ ปั้นปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2732/2534ฎีกา 325/2524ฎีกา 887/2540ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 2752/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 484/2486ฎีกา 923/2523ฎีกา 2635/2527ฎีกา 2709/2543ฎีกา 2315/2518ฎีกา 1041/2537ฎีกา 1394/2521ฎีกา 16/2517ฎีกา 3921/2524ฎีกา 5815/2544ฎีกา 3936/2543ฎีกา 108/2486ฎีกา 3745/2526ฎีกา 2565/2533ฎีกา 1115/2493ฎีกา 2749/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา