คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำไม่ประสงค์ให้ผลร้ายเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ย่อมไม่มีเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลนั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปยังบ้านที่ผู้เสียหายพักซึ่งอยู่ห่างประมาณ 20 เมตร และอยู่ฝั่งคลองตรงกันข้าม กระสุนปืนถูกหลังคาบ้าน กระจกหน้าต่างชั้นบนซึ่งอยู่สูงจากพื้นชั้นบนประมาณ 2 เมตร จำนวนหลายนัด ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันจำเลยยิงเป็นเวลานาน 30 นาที ไม่ปรากฏว่าจำเลยทราบว่ามีผู้เสียหายหรือบุคคลอื่นอยู่ในบ้าน และจำเลยกับผู้เสียหายตลอดจนบุคคลเหล่านั้นไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน หลังจากยิงแล้วจำเลยมิได้หลบหนีไปไหน พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่ายิงโดยไม่ประสงค์ให้ถูกใคร ไม่มีทั้งเจตนาฆ่าหรือเจตนาทำร้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตรงจุดที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ใช้อาวุธปืนยิงนั้น อยู่คนละฝั่งคลองตรงกันข้ามกับบ้านหลังที่ผู้เสียหายพักอยู่ในขณะเกิดเหตุ คลองกว้างประมาณ ๑๗ เมตร จากริมฝั่งคลองถึงบ้านหลังดังกล่าวห่างกันประมาณ ๓ เมตร และมีต้นไม้ เช่นต้นลำพู ต้นเตย ปลูกอยู่ตามริมฝั่งคลองด้วย บ้านหลังดังกล่าวมีรอยถูกกระสุนปืนที่หลังคาบ้านกับที่กระจำหน้าต่างชั้นบนแตก โดยกระจกหน้าต่างชั้นบนที่แตกอยู่สูงจากพื้นบ้านชั้นบนประมาณ ๒ เมตรเศษ นอกจากมีรอยกระสุนปืนที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว ยังได้ความจากผู้เสียหายว่ามีรอยกระสุนปืนที่บ้านคนอื่นที่ปลูกอยู่ใกล้กันอีกด้วย และขณะเกิดเหตุยังมีชาวบ้านมาอยู่ข้างหลังจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประมาณ ๓๐ คนกับยิงเป็นเวลานานถึงประมาณ ๓๐ นาที ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับผู้เสียหายรวมถึงทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นตลอดจนบ้านคนอื่นที่มีรอยถูกกระสุนปืน ต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองต่อกันมาก่อน ทั้งขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน นอกจากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แล้วยังมีบุคคลอื่นร่วมอยู่ด้วยกันตรงจุดที่ยิงอีกหลายคน ยิงเป็นเวลานานมาก ยิงโดยไม่ปรากฏว่าเห็นหรือทราบดีว่ามีผู้เสียหายและหรือคนอยู่ในบ้านหลังที่ผู้เสียหายพักอยู่ในขณะเกิดเหตุ ตรงจุดที่ยิงอยู่คนละฝั่งคลองตรงกันข้ามกับบ้านหลังนั้นห่างกันถึงประมาณ ๑๗ - ๒๐ เมตร ซึ่งย่อมเล็งผลที่จะเกิดขึ้นจากการยิงได้ยาก รอยกระสุนปืนขึ้นสูงถึงหลังคาบ้านกับที่กระจกหน้าต่างชั้นบนซึ่งอยู่สูงจากพื้นบ้านชั้นบนถึงประมาณ ๒ เมตรเศษ หากมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายและหรือคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน คงมีรอยกระสุนปืนที่พื้นบ้านหรือสูงต่ำใกล้เคียงกับพื้นบ้าน และภายหลังจากยิงแล้วก็ไม่ปรากฏว่าเป็นพิรุธรีบหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่ายิงโดยไม่ประสงค์ให้ถูกใคร ไม่มีทั้งเจตนาฆ่าและเจตนาทำร้ายผู้เสียหายและหรือคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นในขณะเกิดเหตุแต่อย่างใดด้วยเหตุผลดังได้วินิจฉัยมาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงไม่มีความผิดตามฟ้องฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เสียด้วย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2529
พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นายเฉม บิลอาสัน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายเฉม บิลอาสัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม การปลื้มจิตต์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา