⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3825/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดมีผลผูกพันทันที การรับชำระหนี้ภายหลังการบอกเลิกสัญญาไม่ถือเป็นการสละสิทธิ์หรือผ่อนเวลาชำระหนี้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและหักทอนบัญชีเดินสะพัดกับจำเลยแล้ว หลังจากนั้นจำเลยนำเงินไปชำระหนี้ให้โจทก์อีกจะด้วยวิธีใดก็ตาม ก็ไม่ทำให้บัญชีเดินสะพัดที่โจทก์บอกเลิกแล้วกลับคงเดินสะพัดต่อไปและการที่โจทก์รับชำระหนี้จากจำเลยหลังจากที่บอกเลิกสัญญาแล้ว ก็หาใช่เป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาหรือผ่อนเวลาชำระหนี้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.154 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.859

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์โดยใช้บัญชีกระแสรายวันเดินสะพัดและได้ทำบันทึกเพิ่มวงเงินกู้และต่อ สัญญากู้อีกหลายครั้ง รวมเป็นวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี ๔,๒๒๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ร่วมกันทำสัญญาจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์อีกหลายฉบับ ต่อมาจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีคิดถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๒๕ เป็นเงิน ๖,๖๗๖,๒๗๒.๑๒ บาท จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองเป็นเงิน ๖,๖๗๖,๒๗๒.๑๒ บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระขอให้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินอื่นชำระหนี้จนครบ จำเลยทั้งสองให้การว่า ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจริงการจำนองไม่มีเงื่อนเวลากำหนด โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับจำนอง โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์มาตลอด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๖,๓๒๗,๔๙๒.๐๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับจากวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้โจทก์ หากไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดต่อไป แต่ให้หักเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยชำระให้โจทก์ในภายหลังออกเสียก่อน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า หลังจากโจทก์ได้บอกเลิกสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับจำเลยที่ ๑ และบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว โจทก์ได้ยอมรับเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยนำเข้าบัญชีเพื่อชำระดอกเบี้ยและเงินต้นถือได้ว่าเป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาและเป็นการผ่อนเวลา บัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ยังคงดำเนินต่อไปนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๙ บัญญัติว่า คู่สัญญาจะบอกเลิกบัญชีเดินสะพัดและหักทอนบัญชีเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและหักทอนบัญชีเดินสะพัดกับจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ตามบัญชีเดินสะพัดจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์อยู่ ๖,๒๕๑,๑๕๕.๐๓ บาทการที่หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ได้นำเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ไปชำระหนี้จะด้วยวิธีใดก็ตาม ก็หาได้ทำให้บัญชีเดินสะพัดที่คู่สัญญาบอกเลิกแล้วกลับคงเดินต่อไปอย่างที่จำเลยฎีกาไม่ ทั้งการที่โจทก์รับชำระหนี้หลังจากที่บอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดก็หาใช่เป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาหรือผ่อน เวลาชำระหนี้แต่ประการใดไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2530 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ นายนิวัตร ภูมณีรัตนกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - นายนิวัตร ภูมณีรัตนกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมศักดิ์ วิชุรัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4642/2540ฎีกา 806/2518ฎีกา 518/2538ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4563/2557ฎีกา 92/2531ฎีกา 1930/2526ฎีกา 652/2481ฎีกา 2880/2545ฎีกา 5303/2533ฎีกา 851/2537ฎีกา 981/2537ฎีกา 1821/2519ฎีกา 1133/2520ฎีกา 5830/2540ฎีกา 1273/2527ฎีกา 3945/2525ฎีกา 3161/2527ฎีกา 2222/2534ฎีกา 708/2548ฎีกา 2711/2544ฎีกา 1755/2527ฎีกา 2176/2522ฎีกา 870/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา