คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ผิดสัญญาโดยการกระทำการอันเป็นการขัดขวางไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ เจ้าหนี้อาจฟ้องบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาได้ก่อนถึงกำหนดเวลาชำระหนี้
การที่คู่สัญญาตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ในสัญญา ไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้ที่จะเลือกฟ้องบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาแทนการเรียกค่าเสียหายได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินไว้กับโจทก์ โดยกำหนดวันโอนไว้แน่นอนแล้ว แต่ก่อนถึงกำหนดวันโอน จำเลยกลับเอาที่ดินไปขายแก่ผู้อื่นเสีย ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการผิดสัญญา โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาก่อนกำหนดได้ โดยจำเลยจะยกเงื่อนเวลามาเป็นประโยชน์แก่จำเลยไม่ได้
ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินระบุไว้ว่า ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญา ยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งเรียกค่าเสียหายได้ 6000 บาท ดังนี้ ไม่แปลว่าเจ้าหนี้จะเรียกได้แต่ฉะเพาะค่าเสียหายเท่านั้น เจ้าหนี้อาจเลือกฟ้องขอให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาก็ได้ตามมาตรา 380 ป.ม.แพ่ง ฯ
(อ้างฎีกาที่ 131/2489)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ จำเลยได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว ตกลงจะไปโอนทะเบียนภายในเดือนมีนาคม ๒๔๙๐ ก่อนถึงวันโอน จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินแปลงนี้แก่นายเหลียว และในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ จำเลยกับนายเหลียวได้ไปโอนขาย ณ หอทะเบียนที่ดิน โจทก์ไปร้องคัดค้านไว้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้อง เพราะยังไม่ถึงเวลาโอน และจำเลยมิได้ผิดนัด และว่าถ้าจำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิเพียงเรียกค่าเสียหาย ๖๐๐๐ บาทตามสัญญาเท่านั้น จะฟ้องบังคับให้จำเลยโอนขายมิได้ ศาลล่างพิพากษาบังคับให้จำเลยโอนที่ดินกับโฉนดให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยได้ทำสัญญาไว้กับโจทก์แน่นอนแล้วว่าจะไปโอนขายที่ดินแก่โจทก์ แต่ก่อนถึงวันโอนจำเลยกับเอาที่ดินไปโอนขายแก่ผู้อื่นเสีย จะว่าจำเลยไม่ละเมิดสัญญาอย่างไร จำเลยจะยกเงื่อนไขแห่งเวลามาเป็นประโยชน์แก่จำเลยไม่ได้
ส่วนข้อที่โจทก์ควรได้แต่ค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในสัญญานั้น ปรากฎในสัญญาข้อ ๕ ว่า "ถ้าฝ่ายใดประพฤติผิดสัญญาแล้วยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งนำสัญญาไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแก่ฝ่ายผิดสัญญาเป็นเงิน ๖๐๐๐ บาท" ความข้อนี้ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะถือว่า ถ้ามีการประพฤติผิดสัญญาแล้ว เจ้าหนี้จะเรียกได้แต่ฉะเพาะค่าเสียหาย เพราะตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๓๘๐ บัญญัติให้เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ดังที่โจทก์ฟ้องขอบังคับในคดีนี้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2492
นายโพธิ พิมพาทอง โจทก์
นายทองคำ ทองหุ้ม (โดยนางทองอิน ทองหุ้ม ผู้รับมฤดกความ) ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโพธิ พิมพาทอง · ล. - นายทองคำ ทองหุ้ม (โดยนางทองอิน ทองหุ้ม ผู้รับมฤดกความ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเนิ่น กฤษณเศรณี · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา