⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5733/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5733/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นกะทันหัน ไม่ถือว่าเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อฆ่าผู้อื่น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยโกรธเคืองผู้ตายที่ไม่ยอมให้จำเลยเหมารอบรำวงถึง กับชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าก่อนเกิดเหตุประมาณ 27-28 วัน ในวันเกิดเหตุผู้ตายไปนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านอาหารซึ่งมีจำเลยกับพวกนั่งอยู่ก่อน ต่อมาจำเลยได้เดินมาทางด้านหลังของผู้ตายและพูดว่าเฮ้ยนักเลงหรือไง พร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายด้านหลังถึงแก่ความตาย ดังนี้ผู้ตายพบจำเลยโดยบังเอิญจำเลยอาจมีความเจ็บแค้นผู้ตายมาก่อนที่ขัดขวางไม่ยอมให้จำเลยเหมารอบรำวงซึ่งเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วนานเกือบเดือน ความโกรธแค้นน่าจะลดหายไปไม่ปรากฏว่าจำเลยมีความอาฆาตคอยติดตามเพื่อจะทำร้ายผู้ตายอีก ที่จำเลยพบผู้ตายในคืนเกิดเหตุ ความแค้นที่เคยมีต่อผู้ตายอาจเกิดขึ้นกะทันหันก็ได้พฤติการณ์แห่งคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีแผนการอย่างหนึ่งอย่างใดไว้ล่วงหน้าหรือไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อที่จะฆ่าผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก ๑ คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายปรับ เพชรต้อม โดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจนถึงแก่ความตายทันทีขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๗๘ ให้ริบปลอกกระสุนปืน ตะกั่วกระสุนปืนของกลาง ให้คืนรองเท้าแตะ ๑ คู่แก่เจ้าของ ครั้งแรกจำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นสืบพยานโจทก์ได้หลายปาก จำเลขขอถอนคำให้การที่ปฏิเสธ และให้การใหม่ว่าขอให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๓ ให้ประหารชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบกับ มาตรา ๕๒ ให้จำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต ริบปลอกกระสุนปืน ตะกั่วกระสุนปืน คืนรองเท้าแตะแก่เจ้าของ โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๕ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑ คงจำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้เบื้องต้นว่า ก่อนวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนานประมาณ ๒๗-๒๘ วัน ได้มีงานฝังลูกนิมิตที่วัดยานใหญ่ และมีมหรสพกับรำวงในงานด้วย โดยนายปรับ เพชรต้อม ผู้ตายเป็นผู้จัดการรำวง ขณะมีการรำวง จำเลยขอเหมารอบรำวงกับผู้ตายและไม่ให้เงิน ผู้ตายไม่ยอม เป็นเหตุให้จำเลยโกรธผู้ตายถึงกับชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ครั้นวันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา นายจำรัสเพชรต้อม กับนายวิเชียร เชื่อมชิต พากันไปรับประทานอาหารข้าวต้มที่ร้านทวีชัยตำบลหนองเต่า อำเภอเก้าเลี้ยว มีบุคคลอื่น ๆ หลายคนนั่งรับประทานอาหารอยู่แล้ว ๓-๔ โต๊ะ และโต๊ะหนึ่งเป็นโต๊ะของจำเลยกับพวกประมาณ ๕ คน หลังจากนั้นประมาณ ๓๐ นาที มีนายสวรรค์ เชื่อมชิต กับผู้ตายมาตามหานายวิเชียร นายจำรัสได้ชวนนายสวรรค์กับผู้ตายให้ร่วมรับประทานอาหารด้วย จนกระทั่งเวลา ๒๓ นาฬิกา จำเลยได้เดินมาทางด้านหลังของผู้ตายและพูดว่า เฮ้ย นักเลงหรือไงพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงถูกด้านหลังผู้ตายจนล้มลงทั้งเก้าอี้จนถึงแก่ความตายทันทีแล้วจำเลยจึงขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ศาลล่างทั้งสองพิจารณาและพิพากษาต้องกันว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพผู้ตายของเจ้าพนักงานและแพทย์ท้ายฟ้องจริง มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยการไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องโจทก์หรือไม่เห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยกับพวกได้นั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านทวีชัยก่อนส่วนผู้ตายไปตามหานายวิเชียรที่ร้านอาหารดังกล่าว จึงพบจำเลยโดยบังเอิญจำเลยอาจมีความเจ็บแค้นผู้ตายมาก่อนที่ขัดขวางไม่ยอมให้จำเลยเหมารอบรำวงซึ่งเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วนานเกือบเดือน ความโกรธแค้นน่าจะลดหายไป เนื่องจากหลังจากเหตุครั้งนั้นผ่านไปแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีความอาฆาตคอยติดตามเพื่อจะทำร้ายผู้ตายอีก ที่จำเลยพบผู้ตายในคืนเกิดเหตุความแค้นที่เคยมีต่อผู้ตายอาจเกิดขึ้นกะทันหันก็ได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีแผยการอย่างหนึ่งอย่างใดไว้ล่วงหน้า หรือไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อที่จะฆ่าผู้ตาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5733/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสมควรหรือพลทหารอาสาสมัครสมศรี ศรีมหรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายสมควรหรือพลทหารอาสาสมัครสมศรี ศรีมหรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายโสภณ โรจนอนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 4521/2539ฎีกา 122/2481ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 1672/2569ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา