⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5806/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5806/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลา 72 ชั่วโมงตามกฎหมายให้เริ่มนับเมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว และต้องนำระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางของผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนมาพิจารณาด้วย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อล่วงเลยระยะเวลา 72 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่จำเลยถูกจับโดยมิได้นำข้อยกเว้นที่กฎหมายมิให้นับเวลาเดินทางปกติที่นำผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนขึ้นวินิจฉัยด้วย ยังไม่เป็นการถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 ศาลชั้นต้นต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ได้ความก่อนว่าระยะเวลาที่กฎหมายยกเว้นมิให้นำมานับรวม เข้าดังกล่าวใช้เวลาเท่าใด แล้วจึงมีคำสั่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันเล่นการพนันไพ่รัมมี่พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ศาลชั้นต้นตรวจบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แล้ว เห็นว่า เป็นคดีที่จำเลยทั้งสี่รับสารภาพ โจทก์จะต้องฟ้องจำเลยต่อศาลภายใน ๗๒ ชั่วโมงนับแต่เวลาถูกจับ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เมื่อล่วงเลยระยะเวลา ๗๒ ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด จึงปฏิเสธไม่รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแต่เพียงว่าโจทก์จะต้องฟ้องจำเลยภายใน ๗๒ ชั่วโมงนับแต่เวลาถูกจับ โดยมิได้นำข้อยกเว้นที่กฎหมายมิให้นับเวลาเดินทางตามปกติที่นำผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนขึ้นวินิจฉัยด้วย ยังไม่เป็นการถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๗ และคดียังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเวลาที่กฎหมายยกเว้นมิให้นำมานับรวมเข้าดังกล่าวใช้เวลาเท่าใดจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ถูกต้องก่อน พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5806/2530 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นางสุภา เทพเสนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ · จำเลย - นางสุภา เทพเสนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครสวรรค์ - นายสมชัย เดชะอังกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 6321/2544ฎีกา 8493/2538ฎีกา 2250/2541ฎีกา 549/2503ฎีกา 586/2511ฎีกา 133/2506ฎีกา 1443/2509ฎีกา 3584/2532ฎีกา 3298/2532ฎีกา 6416/2538ฎีกา 6738/2551ฎีกา 6208/2550ฎีกา 2985/2522ฎีกา 3042/2532ฎีกา 10072/2559ฎีกา 3720/2533ฎีกา 1572/2513ฎีกา 5489/2552ฎีกา 1668/2506ฎีกา 2450/2527ฎีกา 2144/2539ฎีกา 1978/2542ฎีกา 8314/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา