⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1443/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2509

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) ม.7, 9

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการพิจารณาได้เอง โดยไม่ต้องรอให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ้างอิง

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญา เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วการที่ศาลชั้นต้นเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการพิจารณา ก็เป็นการสืบพยานเพิ่มเติมนั่นเอง ย่อมมีอำนาจโดยพลการเรียกมาประกอบการพิจารณาโดยไม่ต้องมีฝ่ายใดอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 228

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.228 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.9

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.228 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนกับรถของนายเต็งเชียง แซ่เซียะ ระหว่างสอบสวนไม่ถูกควบคุมตัว ได้ขอผัดฟ้องไว้อธิบดีกรมอัยการได้อนุญาตให้ฟ้องตามหนังสืออนุญาตให้ฟ้องในคดีแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฯ มาตรา ๑๓,๒๘,๒๙,๖๖ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา ๑๓,๒๘,๒๙,๖๖ ฯลฯ ปรับ ๑๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งให้รับเฉพาะข้อกฎหมายว่า สำนวนนี้ไม่มีหนังสือรับรองให้ฟ้องของอธิบดีกรมอัยการมีแต่ในสำนวนคดีแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ ของศาลแขวง ฯ จะนำมาใช้บังคับในคดีนี้ได้เพียงใดหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๐๘ ผู้ว่าคดีฟ้องจำเลยนี้กับนายเต็งเชียงในข้อหาขับรถยนต์ประมาทชนกันเสียหาย คือ คดีแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ โดยบรรยายฟ้องว่า อธิบดีกรมอัยการได้อนุญาตให้ฟ้องได้ และได้ส่งหนังสืออนุญาตติดไว้ในสำนวนด้วย นายเต็งเชียงรับสารภาพ จำเลยนี้ปฏิเสธ ศาลสั่งให้แยกฟ้องจำเลยนี้ และพิพากษาลงโทษนายเต็งเชียง วันเดียวกัน โจทก์ฟ้องคดีนี้ บรรยายฟ้องว่าอธิบดีกรมอัยการได้อนุญาตให้ฟ้องแล้ว ปรากฏตามหนังสืออนุญาตให้สำนวนคดีแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ จำเลยปฏิเสธ เรื่องอำนาจฟ้องไม่ได้โต้แย้งไว้ เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยเบิกความเป็นพยานตนเองว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ ศาลชั้นต้นสั่งให้นำสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ มาผูกติดสำนวนนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๘ บัญญัติว่า ในระหว่างการพิจารณาโดยพลการ หรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติม จะสืบเองหรือส่งประเด็นก็ได้ การที่ศาลเรียกสำนวนคดีแดงที่ ๑๓๐๖/๒๕๐๘ มาประกอบการพิจารณา ก็เป็นการสืบพยานเพิ่มเติมนั่นเอง ย่อมมีอำนาจโดยพลการ เรียกมาประกอบการพิจารณาโดยไม่ต้องมีฝ่ายใดอ้างตามกฎหมายดังกล่าว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2509 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายนพรัตน์ หงษ์ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายนพรัตน์ หงษ์ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย บูรณสมภพ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1901/2521ฎีกา 4545/2531ฎีกา 2250/2541ฎีกา 586/2511ฎีกา 1362/2494ฎีกา 133/2506ฎีกา 149/2538ฎีกา 6738/2551ฎีกา 568/2513ฎีกา 6208/2550ฎีกา 2985/2522ฎีกา 1181/2564ฎีกา 8889/2542ฎีกา 3042/2532ฎีกา 10072/2559ฎีกา 3720/2533ฎีกา 1572/2513ฎีกา 1130/2517ฎีกา 5489/2552ฎีกา 8077/2538ฎีกา 2144/2539ฎีกา 30/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา