⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2466/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่กฎหมายที่ใช้ในภายหลังได้ยกเลิกเสียแล้ว ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป แม้ว่าการกระทำนั้นจะได้กระทำในขณะที่กฎหมายซึ่งใช้ในเวลานั้นบัญญัติว่าเป็นความผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีกล้องสูบฝิ่นไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 ยกเลิกพระราชบัญญัติฝิ่น ดังกล่าวแล้วใช้ความใหม่แทน และไม่ได้บัญญัติให้การมีกล้องสูบฝิ่นเป็นความผิด การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิดจึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ดังนี้ จำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 8, 11, 34, 53, 53 ทวิ, 69 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83และขอให้ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 8, 11, 34, 53, 53 ทวิ, 69 ให้ลงโทษข้อหามีฝิ่นจำคุกคนละ 6 เดือน ข้อหามีมูลฝิ่นจำคุก 6 เดือนข้อหามีกล้องสูบฝิ่นปรับคนละ 100 บาท และให้ลงโทษจำเลยที่ 2ข้อหาเสพฝิ่นจำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปีปรับ 100 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 100 บาทของกลางริบ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 2 สูบฝิ่นและมีฝิ่น มูลฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2ตามข้อหาดังกล่าวชอบแล้ว ส่วนข้อหามีกล้องสูบฝิ่นนั้นโจทก์มิได้อ้างบทลงโทษ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจึงไม่ชอบและมีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกข้อหาเกี่ยวกับจำเลยทั้งสองในข้อหามีกล้องสูบฝิ่น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหามีกล้องสูบฝิ่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า จะลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีกล้องสูบฝิ่นไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องโจทก์ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเกี่ยวกับคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีกล้องสูบฝิ่นไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 34, 66 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด แต่ต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528ยกเลิกพระราชบัญญัติฝิ่นดังกล่าวแล้วใช้ความใหม่แทน และตามพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้บัญญัติให้การมีกล้องสูบฝิ่นเป็นความผิด การกระทำของจำเลยทั้งสองซึ่งเดิมเป็นความผิดจึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยทั้งสองพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ต่อไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ นาย วัชระ เกาไศยนันท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · จำเลย - นาย วัชระ เกาไศยนันท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1143/2565ฎีกา 594/2532ฎีกา 3948/2566ฎีกา 7664/2543ฎีกา 1835/2545ฎีกา 776/2565ฎีกา 3/2542ฎีกา 664/2520ฎีกา 668/2502ฎีกา 38/2510ฎีกา 2079/2554ฎีกา 1797/2522ฎีกา 320/2515ฎีกา 8335/2547ฎีกา 2947/2529ฎีกา 12000/2554ฎีกา 545/2566ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2910/2553ฎีกา 624/2538ฎีกา 1519/2535ฎีกา 1203/2511ฎีกา 478/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ