คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3081/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้หรือชำระค่าธรรมเนียมในคดีล้มละลาย ย่อมไม่เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยุติการดำเนินการ หากมีเจ้าหนี้รายอื่นประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป.
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องคดีล้มละลายเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ฟ้องเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ด้วย การที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ก็เป็นสิทธิของเจ้าหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมีหน้าที่ดำเนินการให้ได้ผลเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้รายอื่น ๆ และคดีไม่ปรากฏเหตุขัดข้องแม้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมในเมื่อที่ประชุมของเจ้าหนี้ได้แต่งตั้งเจ้าหนี้อื่นเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์แทนแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 156 ข้อขัดข้องย่อมหมดไปไม่มีเหตุที่จะต้องยกฟ้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.135 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.155 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.156
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้หลายประการและว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๕๔/๒๕๒๖ คิดถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นเงิน ๓๑๕,๖๐๐ บาท คดีดังกล่าวโจทก์ขอให้บังคับคดียึดทรัพย์ได้แต่ตัวอาคาร โรงงานราคาประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้จำเลยทั้งสองเป็นหนี้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๒๒๔/๒๕๒๓ จำนวน๑,๑๖๑,๙๖๙.๒๙ บาท เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรที่จำนองเป็นประกัน ๑๓ เครื่อง ราคาประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๑๔๐/๒๕๒๔ จำนวน ๑๔๗,๙๒๓ บาท เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ ไว้แล้ว ราคาประมาณ ๘๕,๐๐๐ บาทดังนั้นจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ทั้งสิ้น ๑,๖๒๕,๕๐๑.๒๙ บาทจำเลยที่ ๒ เป็นหนี้ ๑,๔๗๗,๕๖๙.๒๙ บาท แต่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้แล้วมีราคาประมาณ ๔๘๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก เห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รวมดอกเบี้ยเป็นเวลาหลายปี ตัวอาคารที่โจทก์ยึดไว้แม้จะตีราคาไว้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยังขายทอดตลาดไม่ได้เพราะผู้ประมูลเสนอราคาเพียง ๓๐,๐๐๐ บาท ทั้งปรากฏว่าจำเลยถูกฟ้องหลายคดี จนกระทั่งถูกยึดทรัพย์ก็ไม่ปรากฏว่ามีญาติพี่น้องช่วยเหลือแต่อย่างใดข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว
ส่วนปัญหาที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียม สิทธิเรียกร้องของโจทก์หมดไป ศาลควรยกฟ้องนั้นเห็นว่า การฟ้องคดีล้มละลายเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ฟ้องเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ด้วย การที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ก็เป็นสิทธิของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมีหน้าที่ดำเนินการให้ได้ผลเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้รายอื่น ๆ และคดีนี้ไม่ปรากฏเหตุขัดข้องแต่ประการใด แม้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมก็ได้ความว่าที่ประชุมของเจ้าหนี้ได้แต่งตั้งธนาคารกรุงเทพ จำกัด เจ้าหนี้อื่นเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์แทนแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๖ ข้อขัดข้องย่อมหมดไป ไม่มีเหตุที่จะต้องยกฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3081/2531
บริษัทไทยสเปเชียลสตีล จำกัด โจทก์
นายสุทัศน์หรือถาวร ตรีศิริวัฒนกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทไทยสเปเชียลสตีล จำกัด · จำเลย - นายสุทัศน์หรือถาวร ตรีศิริวัฒนกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายธนัด หมายสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา