⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1805/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ส่งของออกมีสิทธิขอคืนค่าภาษีที่ชำระไว้แล้ว หากภายหลังไม่สามารถส่งของออกสำเร็จได้ และการคำนวณค่าภาษีให้เป็นไปตามสภาพ ราคา และพิกัดอัตราศุลกากรในเวลาที่ออกใบขนสินค้า.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 ตรี วรรคแรก มีความหมายว่า ผู้ส่งของออกจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกก็ต่อเมื่อได้ส่งออกก็ต่อเมื่อได้ส่งของออกสำเร็จ หากส่งของออกไม่สำเร็จก็ไม่ต้องเสียค่าภาษี ดังนั้น ในกรณีผู้ส่งของออกเสียค่าภาษีไว้ก่อนส่งของออกสำเร็จ แต่ภายหลังกลับปรากฏว่า ไม่สามารถส่งของออกได้สำเร็จ ผู้ส่งของออกย่อมมีสิทธิขอคืนค่าภาษีที่ชำระไปแล้วได้ตามวรรคสามของมาตราเดียวกันนี้ ส่วนการชำระภาษีนั้นผู้ส่งของออกมักจะต้องชำระก่อนที่จะส่งของออกสำเร็จวรรคสองของมาตรา 10 ตรี จึงบัญญัติให้คำนวณค่าภาษีตามสภาพของราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ เมื่อผู้ส่งของออกชำระค่าภาษีครบถ้วนในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้แล้ว ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียค่าภาษีเพิ่มเติมหากมีการขึ้นค่าภาษีในขณะส่งของออกสำเร็จ ทั้งไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าภาษีคืนในกรณีที่มีการลดหรือยกเว้นค่าภาษีในขณะที่ส่งของออกสำเร็จ จำเลยชำระค่าอากรขาออกสินค้ายางพาราแผ่นรมควันครบถ้วนถูกต้องในขณะที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ออกใบขนสินค้าให้จำเลย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอากรขาออกเพิ่มเติมเมื่อมีการขึ้นค่าภาษีในขณะส่งของออกสำเร็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.45 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินอากรขาออกเพิ่มเติมจำนวน ๖๒,๒๒๐ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ค้างชำระค่าภาษีอากรขาออก และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหนี้ดังกล่าวได้ระงับไปแล้ว ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยต้องรับผิดชำระค่าอากรขาออกเพิ่มจำนวน ๖๒,๒๒๐ บาท ให้แก่โจทก์หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๑๐ ตรี บัญญัติว่า "ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกเกิดขึ้นในเวลาที่ส่งของออกสำเร็จ การคำนวณค่าภาษีให้ถือตามสภาพของราคาของ และพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ การขอคืนค่าภาษีในกรณีที่มิได้ส่งของออกนอกราชอาณาจักรให้กระทำได้เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน แต่ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ออกใบขนสินค้าให้" ความหมายตามวรรคแรกของมาตรานี้ก็คือ ผู้ส่งของออกจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกก็ต่อเมื่อได้ส่งของออกสำเร็จ หากส่งของออกไม่สำเร็จก็ไม่ต้องเสียค่าภาษี ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ส่งของออกเสียค่าภาษีไว้ก่อนส่งของออกสำเร็จแต่ภายหลังกลับปรากฏว่าไม่สามารถส่งของออกได้สำเร็จ ผู้ส่งของออกย่อมมีสิทธิขอคืนค่าภาษีที่ชำระไปแล้วได้ตามวรรคสามของมาตราเดียวกันนี้ ส่วนการชำระภาษีผู้ส่งของออกมักจะต้องชำระก่อนที่จะส่งของออกสำเร็จ วรรคสองของมาตรานี้จึงบัญญัติให้คำนวณค่าภาษีตามสภาพของ ราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ ดังนั้น เมื่อผู้ส่งของออกชำระค่าภาษีครบถ้วนในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้แล้ว ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียค่าภาษีเพิ่มเติมหากมีการขึ้นค่าภาษีในขณะส่งของออกสำเร็จ ทั้งไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าภาษีคืนในกรณีที่มีการลดหรือยกเว้นค่าภาษีในขณะที่ส่งของออกสำเร็จ เจตนารมณ์ของมาตรา ๑๐ ตรี วรรคสองนั้นมุ่งที่จะให้ความสะดวกในการคำนวณค่าภาษีสำหรับเจ้าพนักงานและในการเสียภาษีสำหรับผู้ส่งของออกเพราะจะไม่มีการคำนวณภาษีหรือชำระภาษีหลายครั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดความยุ่งยากสำหรับทุกฝ่าย คำสั่งทั่วไปของโจทก์ที่ ๑๓/๒๕๑๖ ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๑๖ ซึ่งคู่ความรับกันว่ายังใช้บังคับอยู่และมีข้อความว่า ใบขนสินค้าขาออกใดที่ได้ชำระอากรไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วจะไม่ต้องชำระอากรเพิ่มเติมหรือได้รับเงินค่าอากรคืนถึงแม้ว่าก่อนจะส่งของออกไปจริงได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือพิกัดอัตราศุลกากร ทำให้ของชนิดตามใบขนสินค้าขาออกนั้นจะต้องเสียอากรมากขึ้นหรือน้อยลง หรือยกเว้นอากรนั้นก็สอดคล้องกับความหมายและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๑๐ ตรี ดังนั้น คดีนี้เมื่อโจทก์เองก็ยอมรับว่าจำเลยชำระค่าอากรขาออกครบถ้วนถูกต้องในขณะที่ออกใบขนสินค้าให้ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอากรขาออกเพิ่มเติมตามฟ้องโจทก์ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2532 กรมศุลกากร โจทก์ บริษัทยะลาการยาง จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร · ล. - บริษัทยะลาการยาง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุนทร โพธิเวชวิจิตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2473/2542ฎีกา 675/2545ฎีกา 3761/2532ฎีกา 3148/2535ฎีกา 476/2492ฎีกา 3788/2528ฎีกา 1426/2530ฎีกา 1010/2537ฎีกา 4228/2555ฎีกา 5481/2540ฎีกา 417/2532ฎีกา 1158/2539ฎีกา 2095/2531ฎีกา 1197/2539ฎีกา 4929/2533ฎีกา 5220/2534ฎีกา 1047/2551ฎีกา 136/2534ฎีกา 112/2535ฎีกา 8708/2553ฎีกา 1764/2492ฎีกา 715/2530ฎีกา 17822/2555ฎีกา 3110/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา