⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3513/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3513/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่แสดงออกด้วยอารมณ์หึงหวงเพื่อป้องกันมิให้สามีมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นนั้น ยังไม่ถึงขนาดเป็นการประพฤติชั่วอันทำให้สามีได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร สามีจึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยได้เข้ามาที่บริษัทซึ่งโจทก์เป็นที่ปรึกษาและกรรมการบริษัทและพูดกับพนักงานหญิงของบริษัทว่า "พวกนางดอกทอง ระวังตัวอย่ามาแย่งผัว" และเรียกพนักงานชายมาต่อว่าว่า "ระวังเมียเจ้าให้ดี อย่าให้มายุ่งกับผัวข้า" นั้นจำเลยกระทำไปด้วยอารมณ์หึงหวงเพื่อเป็นการป้องกันมิให้โจทก์กับพนักงานหญิงของบริษัทมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน อันจะเป็นสาเหตุทำให้โจทก์ละทิ้งจำเลยและบุตรของจำเลยหลายคนอันเกิดแต่โจทก์ได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงยังไม่ถึงขนาดเป็นการประพฤติชั่วอันทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิที่จะฟ้องหย่าจำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากัน มีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2526 จำเลยได้ด่าโจทก์และพนักงานหญิงทั่วไปในบริษัทต่าง ๆ ที่โจทก์เป็นที่ปรึกษาและกรรมการว่า โจทก์เป็นชู้กับพนักงานหญิงในบริษัท เรียกสามีของพนักงานหญิงในบริษัทไปบอกว่าภริยาเป็นชู้กับโจทก์และด่าประณามบุพการีของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความอับอาย ถูกดูหมิ่น ทำให้บุตรบริวาร และผู้ใกล้ชิดสิ้นความเคารพเชื่อถือโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันและให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ จำเลยให้การว่า มิได้ประพฤติตามโจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 9 คน ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน ปัญหามีว่า จำเลยได้กระทำการตามฟ้องอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ โจทก์มีพยานปากเดียว คือ นายกุณฑลไชยเศรษฐ ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ดำเนินคดีนี้ ซึ่งเบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2526 เวลาประมาณ 9 นาฬิกา ขณะที่นายกุณฑลและพนักงานของบริษัททำงานอยู่ในบริษัท จำเลยได้เข้ามาที่บริษัทและพูดกับพนักงานของบริษัทว่า "พวกนางดอกทอง ระวังตัวอย่ามาแย่งผัว" และเรียกนายศุภชัยพนักงานคนหนึ่งของบริษัทมาต่อว่าว่า "ระวังเมียเจ้าให้ดี อย่าให้มายุ่งกับผัวข้า" จากนั้นจำเลยขึ้นไปด่าโจทก์ที่ชั้นสองประมาณ 20 นาที ก็ออกไปจากบริษัท ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังได้ดังคำเบิกความของนายกุณฑลว่า จำเลยได้ด่าพนักงานของบริษัทด้วยถ้อยคำหยาบคายดังกล่าว แต่จำเลยก็กระทำไปด้วยอารมณ์หึงหวงเพื่อเป็นการป้องกันมิให้โจทก์กับพนักงานหญิงของบริษัทมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน อันจะเป็นสาเหตุทำให้โจทก์ทิ้งจำเลยและบุตรของจำเลยหลายคนอันเกิดแต่โจทก์ได้ การกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขนาดเป็นการประพฤติชั่วอันจะทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร ซึ่งจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ แม้จะได้ความจากคำเบิกความของนายกุณฑลต่อไปว่า หลังจากจำเลยออกไปจากบริษัทแล้ว โจทก์ได้ออกมาบอกนายกุณฑลว่า โจทก์ได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างมาก เนื่องจากถูกจำเลยด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่ก็ไม่ได้บอกนายกุณฑลว่าจำเลยด่าอย่างไร และต่อมาในเดือนตุลาคม 2526 โจทก์ได้รับโทรศัพท์แล้วมาเล่าให้นายกุณฑลฟังว่า จำเลยได้โทรศัพท์มาด่าและแช่งโจทก์ให้ตายเหมือนหมากลางถนนก็ตาม คำเบิกความของนายกุณฑลก็เป็นแต่เพียงได้รับบอกเล่ามาจากโจทก์มิได้รู้เห็นหรือได้ยินด้วยตนเอง ทั้งโจทก์ก็มิได้มาเบิกความสนับสนุนให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย ซึ่งจำเลยก็เบิกความปฏิเสธว่าไม่เคยด่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์ พยานโจทก์ที่นำสืบยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังว่าจำเลยได้กระทำการตามฟ้องอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3513/2532 นาย ไพบูลย์ รัตนเศรษฐ์ โจทก์ นาง ประไพ รัตนเศรษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ไพบูลย์ รัตนเศรษฐ์ · จำเลย - นาง ประไพ รัตนเศรษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ