⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4005/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบเกินกว่า 500 กรัม ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และค่าปรับให้คิดจากจำนวนยาสูบทั้งหมดที่ครอบครอง ไม่ใช่ส่วนที่เกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติยาสูบ มาตรา 19 วรรคแรก บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเกินกว่า 500 กรัม ซึ่งหมายความว่าถ้าบุคคลใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในความครอบครองจำนวนไม่เกิน 500 กรัม ผู้นั้นย่อมไม่มีความผิดแต่ปรากฏว่าจำเลยมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในความครอบครองถึง 2,970 กรัมอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรา 19 วรรคแรก ดังกล่าวแล้ว จึงไม่มียาสูบที่จำเลยอาจมีไว้ในครอบครองได้โดยไม่เป็นความผิดอีก และในการคิดค่าปรับต้องคิดจากจำนวนยาสูบ 2,970 กรัม มิใช่คิดจากส่วนที่เกิน 500 กรัม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.19 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 19, 44, 49กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2523) ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2523 ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509มาตรา 19, 44, 49 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงปรับ 6,175 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ปรับสิบเท่าของแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด โดยคำนวณจากยาสูบที่จำเลยมีไว้ในครอบครองทั้งหมดมิใช่หักยาสูบจำนวน 500 กรัม ออกจากยาสูบที่จำเลยมีไว้ในครอบครองก่อนที่จะคำนวณค่าปรับแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า จะต้องหักยาสูบจำนวน 500 กรัม ออกจากยาสูบจำนวน 2,970 กรัม ที่จำเลยมีไว้ในความครอบครองก่อนคิดเงินค่าปรับหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีนี้พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 19 วรรคแรกบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในความครอบครองเกินกว่า500 กรัม จึงทำให้บุคคลมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในความครอบครองได้ในจำนวนไม่เกิน 500 กรัม โดยไม่เป็นความผิด แต่คดีนี้จำเลยมียาสูบที่ไม่ได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในความครอบครองเป็นจำนวนถึง 2,970 กรัม ซึ่งเกินกว่าจำนวนยาสูบตามที่มาตรา 19 วรรคแรก กำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 19 วรรคแรกและมีโทษตามมาตรา 49 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 ฯลฯ ต้องระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด เมื่อจำเลยครอบครองยาสูบจำนวน 2,970 กรัม โดยฝ่าฝืนมาตรา 19 วรรคแรก แล้ว จึงไม่มียาสูบที่จำเลยอาจมีไว้ในความครอบครองได้โดยไม่เป็นความผิดอีก การคิดค่าปรับจึงต้องคิดจากจำนวนยาสูบ 2,970 กรัมนั้น ในการคิดเงินค่าปรับดังกล่าว กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2523) ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2523 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ได้กำหนดให้บุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตจากต่างประเทศปิดแสตมป์ยาสูบกรัมละ 50 สตางค์ จำเลยมียาสูบอันเป็นความผิดจำนวน 2,970 กรัมเมื่อปรับ 10 เท่าของแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด จึงเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 14,850 บาท" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509มาตรา 19 วรรคแรก, 49 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2523 ปรับเป็นเงิน14,850 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 7,425 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2532 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สงขลา โจทก์ นาง วรรณี ไม ตรี จร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สงขลา · จำเลย - นาง วรรณี ไม ตรี จร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2523/2522ฎีกา 2642/2528ฎีกา 232/2543ฎีกา 3074/2537ฎีกา 181/2551ฎีกา 6356/2551ฎีกา 2481/2555ฎีกา 5247/2548ฎีกา 4816/2529ฎีกา 266/2516ฎีกา 6442/2540ฎีกา 1333/2532ฎีกา 4899/2536ฎีกา 6122/2544ฎีกา 6575/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ