⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 266/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์อ้างบทมาตราที่จำเลยกระทำผิดมาท้ายฟ้อง แม้จะอ้างบทลงโทษที่ถูกยกเลิกแก้ไขใหม่แล้ว ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยตามบทลงโทษที่แก้ไขใหม่ได้ หากบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่นั้นมีผลบังคับใช้ในขณะกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ อันเป็นความผิดตามมาตรา 19แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 เมื่อโจทก์อ้างบทมาตราที่จำเลยกระทำผิดมาท้ายฟ้องแล้ว แม้อ้างบทมาตราที่เป็นบทลงโทษไม่ถูกต้อง คืออ้างแต่มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบพ.ศ.2509 และพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2510ซึ่งถูกยกเลิกแก้ไขใหม่แล้ว เมื่อปรากฏว่าขณะจำเลยกระทำผิดได้มีพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2512 มาตรา 17ยกเลิกแก้ไขบทลงโทษมาตรา 49 ใหม่ ดังนี้ ศาลก็ลงโทษจำเลยด้วยระวางโทษที่กำหนดในบทมาตราที่แก้ไขใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.19 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบได้บังอาจมีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศอันเป็นยาสูบตามพระราชบัญญัติยาสูบฯรวม ๒๐๐ ซอง หนัก ๔,๒๐๐ กรัม ไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบฯซึ่งบัญญัติให้ต้องเสียค่าแสตมป์ยาสูบ ปิด ๑ กรัมต่อ ๑๖ สตางค์รวมค่าแสตมป์ยาสูบที่จำเลยจะต้องปิดทั้งหมดเงิน ๖๗๒ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๑๙, ๔๔, ๔๙ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๐) และฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑มาตรา ๓, ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ สั่งริบของกลาง และบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาท้ายฟ้อง ให้ปรับ ๔,๒๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงปรับ ๒,๑๐๐ บาท ของกลางริบ โทษที่รอไว้ไม่อาจเอามาบวกให้ได้ตามขอ โจทก์อุทธรณ์ว่า ต้องปรับ ๑๐ เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิดตามพระราชบัญญัติยาสูบที่ขอมาท้ายฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมาว่า ศาลอุทธรณ์ลงโทษโดยอาศัยความตามมาตรา ๔๙ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ นั้นไม่ชอบเพราะถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๔๙ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๔ ซึ่งบัญญัติว่า"ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าแสตมป์ที่จะต้องปิดถ้าเป็นบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้ทำโดยผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ต้องระวางโทษปรับกรัมละหนึ่งบาท" ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงได้ลงโทษปรับจำเลยกรัมละ ๑ บาทเป็นเงิน ๔,๒๐๐ บาทแต่ปรากฏว่าขณะจำเลยกระทำผิดได้มีพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๑๒ แก้ไขบทลงโทษในมาตรา ๔๙ เป็นว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙หรือมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิดหรือที่ขาดอยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท ถ้าเป็นบุหรี่ซิกาแรตซึ่งผลิตในประเทศและมิได้มีประกาศกำหนดราคาขายปลีกไว้ต้องระวางโทษปรับกรัมละสองบาท แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท" ดังนี้ เนื่องจากโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ถูกแก้ไขยกเลิกแล้ว ศาลฎีกาจะปรับบทลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ใช้อยู่ขณะจำเลยกระทำผิดได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วคดีนี้จำเลยกระทำผิดฐานมีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งโจทก์ได้อ้างบทมาตราที่จำเลยกระทำผิดมาท้ายฟ้องแล้วเพียงแต่โจทก์อ้างมาตราอันเป็นบทลงโทษจำเลยไม่ถูกต้อง คือแทนที่จะอ้างมาตรา ๔๙ ซึ่งแก้ไขใหม่โดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒โจทก์กลับอ้างมาตรา ๔๙ ของพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ และพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้วมาเป็นบทลงโทษจำเลยเท่านั้น กรณีดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อฟังว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ แล้วก็ย่อมต้องลงโทษจำเลยตามมาตรา ๔๙ แม้โจทก์จะอ้างแต่มาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาเฉย ๆ ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๔๙ซึ่งแก้ไขใหม่แล้วได้ เพราะแม้จะแก้ไขใน พ.ศ. ใด ก็คงเป็นมาตรา ๔๙ นั้นเองทั้งนี้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๖/๒๔๘๒ ระหว่างพนักงานอัยการลพบุรีโจทก์ นายขุนทอง สุภาพ จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ไม่ใช่แล้ว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๑๗ให้ปรับจำเลย ๑๐ เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด ๖๗๒ บาทเป็นเงิน ๖,๗๒๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๓,๓๖๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2516 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเจียว แซ่โง้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเจียว แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัช สิทธิชัย · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา