⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4065/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4065/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของคู่สมรสเพื่อขอส่วนแบ่งเงินเดือนเนื่องจากไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูตามสมควร ไม่ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง. การที่สามีไม่ไปมาหาสู่ภริยาตามหน้าที่และมีหญิงอื่นเป็นภริยาจนมีบุตร ถือเป็นการละทิ้งร้างภริยา.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอแบ่งเงินเดือนเนื่องจากโจทก์ไม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตรให้จำเลยบ้าง การกระทำดังกล่าวก็เพื่อคุ้มครองสิทธิที่จำเลยคิดว่าควรจะได้ จึงไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ โจทก์เป็นฝ่ายไม่ไปมาหาสู่จำเลยตามหน้าที่สามีที่ดีเป็นเวลานานหลายปี ทั้งยังได้หญิงอื่นเป็นภริยาจนมีบุตรด้วยกัน จำเลยเองกลับเป็นฝ่ายไปหาโจทก์บ่อย ๆจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายทิ้งร้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันมีบุตรด้วยกัน 3 คน ต่อมาจำเลยไม่ประสงค์จะให้โจทก์ส่งเสียเลี้ยงดูมารดาโจทก์และหาเรื่องฟ้องโจทก์ต่อผู้บังคับบัญชาจำเลยจงใจทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปี ขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ประพฤติเสื่อมเสียตามโจทก์อ้าง โจทก์ออกจากบ้านที่อยู่อาศัยกับจำเลยไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้ และไปอยู่กินกับหญิงอื่นมีบุตรด้วยกัน1 คน โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยเพื่อจะจดทะเบียนสมรสกับภริยาใหม่ของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่า จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากับโจทก์อย่างร้ายแรง และจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกิน1 ปี หรือไม่ โจทก์เบิกความว่า จำเลยมีปฏิกิริยาที่โจทก์ส่งเงินให้แก่มารดาโจทก์ ได้พูดจาว่ากันต่าง ๆ นานา ขณะที่โจทก์ไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์เอาบุตรคนโตไปอยู่กับมารดาโจทก์และให้จำเลยส่งเงินไปให้มารดาโจทก์ เมื่อกลับมาก็ทราบว่าจำเลยส่งเงินให้มารดาโจทก์บ้างบางครั้ง หลังจากนั้นโจทก์ไม่ไว้ใจเรื่องการเงินจึงจัดการเองจำเลยไม่พอใจและพูดว่าโจทก์เสียหายต่าง ๆ นานา และโจทก์กับจำเลยก็ทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยมาแต่ยังคงอยู่กินฉันสามีภริยา ต่อมาช่วงเวลาที่โจทก์อยู่ที่จังหวัดลพบุรีวันเสาร์อาทิตย์โจทก์กลับจากจังหวัดลพบุรี โจทก์ไม่เข้าบ้านเพราะมักทะเลาะกัน จึงไปอยู่กับเพื่อน โจทก์จำเลยเคยพูดเรื่องที่จะแยกทางกันและตกลงกันว่าโจทก์จะเลี้ยงบุตรชาย 2 คน จำเลยจะเลี้ยงบุตรสาวแล้วจะไปจดทะเบียนหย่า พูดกันประมาณกลางเดือนธันวาคม 2512 แต่จำเลยกลับคำไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า โจทก์จึงกลับไปทำงานที่จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่วันนั้นโจทก์กับจำเลยก็ไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยา ต่อมาปี พ.ศ. 2523 จำเลยไปร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอแบ่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งผู้บังคับบัญชาเรียกโจทก์จำเลยมาพูดจากัน และพูดว่าเงินเดือนแบ่งไม่ได้ขอให้ฟ้องต่อศาลขณะอยู่ที่จังหวัดลพบุรีจำเลยไม่เคยไปมาหาสู่โจทก์เลย บ้านที่จำเลยให้การว่าอยู่จังหวัดกาญจนบุรีนั้น โจทก์ไม่เคยอยู่ เป็นบ้านของทางราชการมอบให้โจทก์ดูแล โจทก์ไม่เคยมาหาจำเลยและไม่ทราบว่าจำเลยจะไปอยู่ที่ใด โจทก์รู้จักนางสาววรรณา มีความสัมพันธ์สนิทสนมกันลึกซึ้ง และโจทก์รับรองบุตรของนางสาววรรณาเป็นบุตรโจทก์และอนุญาตให้ใช้นามสกุลโจทก์ได้ เห็นว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ไม่ปรากฏว่า จำเลยกระทำการอย่างใดที่จะถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง การที่จำเลยร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอแบ่งเงินเดือนก็คงเป็นเพราะโจทก์ไม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตรให้จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อคุ้มครองสิทธิที่จำเลยคิดว่าจำเลยควรได้ไม่ถือว่าการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ โจทก์เองกลับเป็นฝ่ายไม่ไปมาหาสู่จำเลยตามหน้าที่สามีที่ดีเป็นเวลานานหลายปีทั้งยังได้หญิงอื่นเป็นภริยาจนมีบุตรด้วยกันอีกด้วย ส่วนจำเลยก็มีนางสาวสิรินพร สอนไวสาตร์บุตรสาวของโจทก์จำเลยเบิกความว่า ขณะที่บิดารับราชการอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี พยานเคยไปเยี่ยมบิดาประมาณเดือนละ 2 ครั้ง โดยไปกับมารดา ก็แสดงว่า จำเลยเป็นฝ่ายไปหาโจทก์บ่อย ๆ จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายทิ้งร้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหย่าจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4065/2532 พันเอก สงวน สอน ไว สาตร์ โจทก์ นาง ละออง สอน ไว สาตร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันเอก สงวน สอน ไว สาตร์ · จำเลย - นาง ละออง สอน ไว สาตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ