คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำมีเจตนาฆ่า แต่ผลของการกระทำนั้นเป็นเพียงอันตรายแก่กาย ย่อมถือว่าผู้กระทำมีความผิดฐานพยายามฆ่าได้ หากผู้กระทำเล็งเห็นผลของการกระทำว่าอาจเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายได้.
ย่อคำพิพากษา
ค. และ บ. ผู้เสียหายทั้งสองพากันเดิน จะไปเที่ยวที่งานวัด ค. เห็นจำเลยกำลังตบตี ภริยาที่ถนน จึงได้ พูดจาว่ากล่าวจำเลยจำเลยไม่พอใจพูดท้าให้ ค. ยิงต่อสู้ กับจำเลย แล้วจำเลยได้ชักอาวุธปืนลูกซองยิงผู้เสียหายทั้งสองในระยะเพียง ๑ - ๒ วากระสุนปืนถูก ผู้เสียหายทั้งสองหลายแห่ง ค. มีบาดแผลถึง ๑๐ แห่งแพทย์ผู้รักษาเห็นว่าหากไปรักษาบาดแผลช้า กว่า ๖ ชั่วโมง จะต้องถึงแก่ความตาย เช่นนี้ แสดงว่าจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำว่ากระสุนปืนที่จำเลยยิงอาจถูก ผู้เสียหายทั้งสองถึงแก่ความตายได้แม้ว่ากระสุนปืนที่จำเลยยิงจะถูก ผู้เสียหายทั้งสองที่ต้นขาเพียงแต่ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ก็ถือได้ว่าจำเลยได้ กระทำไปโดย มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสองแล้ว จำเลยมีความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จังหวัด - โจทก์ พนักงานอัยการ ประจำศาล · เงางาม. - จำเลย นาย ทองเย็น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา