⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1957/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำการใดอันเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ และขอให้บังคับตามกฎหมายเพียงใด ถือว่าเป็นการแสดงสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับที่ชัดแจ้งแล้ว ส่วนรายละเอียดแห่งการกระทำละเมิดนั้นเป็นข้อที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยก่อสร้างรั้วคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทางด้าน ทิศตะวันออก ซึ่ง ติด กับที่ดินของจำเลย ขอให้จำเลยรื้อรั้วออกไปจากที่ดินโจทก์ ดังนี้ ฟ้องโจทก์ได้ แสดงโดย แจ้งชัดซึ่ง สภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสองแล้วไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนจำเลยจะบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์เท่าใด เป็นเพียงรายละเอียดซึ่ง โจทก์อาจนำสืบได้ ในชั้น พิจารณา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่10171 เลขที่ดิน 898 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับนายศิริชัย ศิเจริญ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2527 จำเลยได้ก่อสร้างรั้วคอนกรีตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งติดต่อกับที่ดินของจำเลย โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตที่ปลูกรุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมรื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแทนโจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายว่า จำเลยสร้างรั้วคอนกรีตบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์กว้างยาวเท่าใด คิดเป็นเนื้อที่เท่าใด ทำให้จำเลยไม่เข้าใจคำฟ้องและเสียเปรียบในการต่อสู้คดี จำเลยสร้างรั้วคอนกรีตในเขตที่ดินของจำเลย ไม่ได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ หากปรากฏว่าจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จำเลยก็กระทำโดยสุจริตจำเลยมีสิทธิใช้ที่ดินส่วนนั้นของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม รั้วที่จำเลยก่อสร้างขึ้นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ แต่รั้วมิใช่โรงเรือนจำเลยไม่ได้รับประโยชน์จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่รื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนออกไปให้โจทก์ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาแรกที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น จำเลยอ้างว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์เท่าใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยก่อสร้างรั้วคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินของจำเลยขอให้จำเลยรื้อรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์ ฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา172 วรรคสอง แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมแต่อย่างใด ส่วนจำเลยจะบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์เท่าใดนั้น เป็นเพียงรายละเอียดซึ่งโจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา..." ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2533 นาง วิเชียร อินทร์ น้อย โจทก์ นาย ประสงค์ คิด ประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วิเชียร อินทร์ น้อย · จำเลย - นาย ประสงค์ คิด ประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ