⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2078/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด แต่ต้องส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางและผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แสดงว่าเกิดปัญหาแล้วว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคท้าย ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด การที่ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาพิพากษาคดีไปก่อนมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเคยเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานขับรถยนต์จำเลยที่ ๒ ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการขนส่งบุหรี่ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้นำรถยนต์ไปบรรทุกบุหรี่ที่โรงงานยาสูบ คลองเตยกรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ ๒ ทำหน้าที่ควบคุมการบรรทุกบุหรี่ขึ้นรถยนต์เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยเมื่อรับมอบบุหรี่ขึ้นบรรทุกบนรถแล้ว จำเลยทั้งสองกลับบ้านปล่อยทิ้งรถยนต์บรรทุกบุหรี่ไว้ตามลำพังในบริเวณโรงงานยาสูบเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกบุหรี่และบุหรี่ถูกคนร้ายลักไป ทำให้โจทก์เสียหาย นอกจากนี้จำเลยที่ ๑ได้เคยทำหนังสือประนีประนอมยอมความและผ่อนชำระหนี้เพราะทำให้สินค้าโจทก์เสียหายอีกส่วนหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ รับเงินเดือนและค่าครองชีพของเดือนมีนาคม ๒๕๓๒เกินไป ๒,๗๑๔.๕๐ บาท ซึ่งต้องคืนให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน๑,๕๒๐,๒๑๕.๘๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าเสียหายงวดก่อนและค่าจ้างส่วนที่เกินจำนวน ๑๘,๐๖๔.๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ ๒ ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์เลิกจ้างจำเลยโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายเงินบำเหน็จ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๒ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแรงงานกลางได้ จำเลยทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ และจำเลยที่ ๒ไม่มีสิทธิได้รับเงินที่ฟ้องแย้งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน ๑,๕๒๐,๒๑๔.๘๑ บาท พร้อมดอกเบี้ย กับให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน๑๕,๓๕๐.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคท้าย บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยเมื่อมีปัญหาว่า คดีใดอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางได้กำหนดไว้ในประเด็นข้อพิพาทข้อ ๑ ว่า ศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่เมื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้ว ได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ว่า ให้จัดส่งสำนวนให้อธีบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อ ๑ เมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ให้โจทก์นำสืบก่อนทั้งหมดแล้วให้จำเลยสืบแก้ภายหลัง รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๓๒ แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่มีการส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทข้อ ๑ แต่อย่างใด ได้มีการสืบพยานโจทก์และจำเลยจนเสร็จการพิจารณาแล้วผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้อ ๑ เสียเองว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ปัญหามีว่า ในกรณีเช่นนี้ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีอำนาจวินิจฉัยดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า เมื่อมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ส่งสำนวไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แสดงว่าผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีความสงสัยว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ถือว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้วว่า คดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ มาตรา ๙ วรรคท้าย ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด กรณีนี้ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดไม่ เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางได้พิจารณาและพิพากษาคดีนี้ก่อนมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นคดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยก่อนว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่แล้วดำเนินการต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2533 องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ โจทก์ นายเกลี้ยง อินทจักร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ · จำเลย - นายเกลี้ยง อินทจักร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4184/2543ฎีกา 74/2550ฎีกา 3173/2536ฎีกา 8395/2550ฎีกา 7397/2551ฎีกา 2510/2526ฎีกา 1969/2534ฎีกา 8789/2550ฎีกา 5655/2544ฎีกา 1849/2533ฎีกา 7812-7813/2544ฎีกา 690/2552ฎีกา 8622/2544ฎีกา 363/2546ฎีกา 3128/2549ฎีกา 259-260/2551ฎีกา 2465/2540ฎีกา 11097/2556ฎีกา 2597/2527ฎีกา 5604/2542ฎีกา 3403/2529ฎีกา 1030/2546ฎีกา 3923-3932/2546ฎีกา 1347/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา